กินไก่เยอะเป็นเกาต์มั้ย




กลัวเป็นเกาต์นั่นเอง จริงๆ แล้วทานไก่มากๆ เสี่ยงโรคเกาต์จริงหรือไม่ เรามีคำตอบ
โรคเกาต์ คืออะไร
โรคเกาต์ เป็นโรคข้อซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ ซึ่งโรคนี้รักษาหายขาดได้  หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง

อาการของโรคเกาต์
อาการของโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะข้ออักเสบเฉียบพลัน มักเกิดที่ข้อหัวแม่เท้า หรือข้อเท้า ข้อปวดบวมแดงรุนแรงใน 24 ชั่วโมงแรก หากไม่รักษาสามารถหายได้เองใน 5-7 วัน และส่วนใหญ่จะเป็นซ้ำๆระยะไม่มีอาการ หลังจากข้ออักเสบหาย ผู้ป่วยจะไม่มีอาการใดๆ ระยะเรื้อรัง หลังจากมีอาการซ้ำ ข้ออักเสบจะมีจำนวนมากขึ้น ลามมาที่ข้ออื่นๆ และเกิดก้อนจากผลึกของกรดยูริกขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ อาจแตกเห็นเป็นผงขาวนวลคล้ายชอล์ก

กรดยูริก คืออะไร
กรดยูริก ส่วนใหญ่ร่างกายสร้างเอง มีเพียงส่วนน้อยไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ได้รับจากอาหาร คนปกติค่าในเลือดจะอยู่ในระดับไม่เกิน 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในเพศชายและหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ส่วนหญิงในวัยที่ยังมีประจำเดือนจะมีระดับไม่เกิน 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าที่สูงเกินกว่าระดับดังกล่าวถือว่ามีภาวะกรดยูริกสูง
ภาวะกรดยูริกสูงนี้สัมพันธ์กับภาวะอ้วน, พันธุกรรมในครอบครัว, ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ และยาแอสไพริน, โรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง, อาหารที่มีกรดยูริกสูง และเหล้าเบียร์ ดังนั้น ควรลดน้ำหนักตัว, งดเหล้า-เบียร์ และ ลดปริมาณอาหารที่มีกรดยูริกสูงลง
คนที่มีระดับกรดยูริกสูงจนทำให้เกิดโรคมีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น โดยเป็นโรคเกาต์ และหรือ เป็นนิ่วในไต กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
อาหารที่ทำให้มีกรดยูริกสูง ได้แก่เหล้าและเบียร์  เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ, ไต, สมอง อาหารทะเล อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขนมเค้ก  ขนมปัง น้ำหวาน น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน
ส่วนสัตว์ปีก และ สัตว์เนื้อแดงที่มีปริมาณไขมันน้อย ไม่จำเป็นต้องงด ยกเว้นในผู้ป่วยรายที่มีประวัติว่ามีการกำเริบชัดเจนหลังรับประทานอาหารดังกล่าว สำหรับอาหารมังสวิรัติ และผักส่วนใหญ่มีปริมาณกรดยูริกค่อนข้างน้อย สามารถรับประทานได้ตามปรกติ


ยารักษาโรคเกาต์  ยาที่ใช้รักษามี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1. ยาควบคุมอาการข้ออักเสบ เพื่อป้องกันการกำเริบของข้ออักเสบ ได้แก่ ยาโคลชิซีน
2. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ควรให้ในระยะสั้นจนข้ออักเสบหายดี โดยแพทย์จะพิจารณาให้ในขนาดที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากอาจมีข้อห้ามในผู้ป่วยบางราย ยาในกลุ่มนี้โดยเฉพาะยาโคลชิซีน สามารถให้ในขนาดต่ำเพื่อลดและควบคุมการกำเริบของข้ออักเสบในระยะยาวจนกว่าจะคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้
ยาควบคุมระดับกรดยูริก ประกอบด้วย ยาลดการสร้างกรดยูริก ที่สำคัญได้แก่ ยาอัลโลพิวรินอล และยาเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต ได้แก่ ยาโปรเบ็นนาซิด, ยาเบนโบรมาโรน และ ยาซัลฟินไพราโซน แพทย์จะเริ่มยากลุ่มนี้เมื่อข้ออักเสบหายดี และ ปรับขนาดยาจนคลุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ในระดับ 5-6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และ ให้ยาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ การใช้ยาจึงควรใช้อย่างระมัดระวังและเลือกใช้เฉพาะรายโดยแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากมีผลข้างเคียงและอาจมีผลกระทบต่อระดับยาบางชนิดได้
อย่างไรก็ตาม การรักษาตั้งแต่ระยะแรกของโรคจะได้ผลการรักษาดีมาก หากเริ่มรักษาช้า ต้องอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อให้ได้ผลดีและก้อนยุบลงข้ออักเสบจะหายได้และก้อนตะปุ่มตะป่ำจะยุบราบเป็นปกติได้ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมีดังนี้
พบแพทย์แพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการรักษา

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ได้แก่ การหยุดยาเอง รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ, การดื่มเหล้าเบียร์, ในรายที่อาหารที่มีกรดยูริกสูงบางชนิดที่กระตุ้นการกำเริบของโรคควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าว, การนวด บีบข้อ เป็นต้น
รักษาโรคร่วมและดูแลสุขภาพ ที่สำคัญได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันสูง, โรคหัวใจ, นิ่วไต, โรคอ้วน, และควรงดสูบบุหรี่
ไม่ห้ามอาหารใดๆ ยกเว้นในบางรายที่มีข้ออักเสบ เมื่อรับประทานอาหารบางชนิด แนะนำหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวชั่วคราว แต่เมื่อคุมระดับกรดยูริกได้แล้ว จะรับประทานอาหารได้ทุกประเภททีนี้ก็เข้าใจตรงกันนะ คราวหน้าหยิบไก่ทอดทานได้เลยไม่ต้องกังวลอีกแล้วค่ะ เพียงแต่อย่าทานมากเกินไปก็แล้วกันเนอะ

 

 

Related Post

วิธีแก้อาการเกล็ดเลือดต่ำวิธีแก้อาการเกล็ดเลือดต่ำ



  หากคุณมีอาการ ดังนี้ มีรอยช้ำตามตัว เป็นจุดเลือดออกแดง ๆ เล็ก ๆ หรือเป็นจ้ำเลือดตามร่างกายหลายจุด หากถูกของมีคมบาด แม้เพียงแผลเล็กนิดเดียว เลือดจะไหลเป็นจำนวนมากและเลือดไม่หยุดไหลง่าย ๆ เลือดกำเดาไหลบ่อย เลือดออกตามไรฟันบ่อย ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ประจำเดือนมามากผิดปกติ มีภาวะซีด อ่อนเพลียง่าย ม้ามโต มีภาวะดีซ่าน ให้สงสัยไว้ว่าคุณอาจเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการที่ไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้ไม่เพียงพอ หรือการแพ้ภูมิตัวเอง หรือภาวะม้ามโตเพราะกักเก็บเลือดไว้ อย่างไรก็ตามให้คุณไปพบหมอเพื่อตรวจวิเคราะห์อาการที่แน่นอนก่อน หากตรวจพบว่ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ก็ควรดูแลตัวเอง ดังนี้

คุณเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังหรือเปล่าคุณเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังหรือเปล่า



มะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด และยังมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย อาทิ การสัมผัสกับสารพิษอันตรายเป็นเวลานาน หรือระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ โดยปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังมี ดังนี้ มีผิวขาวซีด เนื่องจากผิวหนังมีเม็ดสีน้อยกว่า อยู่กลางแดดเป็นเวลานานจนเกินไป โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน อาศัยอยู่ในแถบที่มีแสงแดดจัด หรืออยู่ในที่สูง มีไฝหรือขี้แมลงวันมากผิดปกติ ในครอบครัวมีประวัติว่าเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือผู้ป่วยเคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ได้รับรังสีที่เป็นอันตรายติดต่อกันนาน มีประวัติการถูกสารเคมี หรือสัมผัสกับสารเคมีเป็นเวลานานๆ อาการ โรคมะเร็งผิวหนังมีอาการที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณ แขน ขา มือ ใบหน้า หรือบริเวณที่ต้องถูกแสงแดดเป็นเวลานาน