ข้อห้ามหลังทำสีผม




หลังจากไปทำสีผม ปกติช่างทำผมบอกหรือเตือนอะไรบ้างที่ห้ามทำหลังจากทำสีผมเสร็จ จะมีการเตือนว่า อย่าสระผมหลังจากวันที่ทำสีผมเลยทันที แต่ความจริงแล้วก็ยังมีหลายอีกสิ่งที่เราไม่ควรทำหลังจากทำสีผมเพื่อไม่ให้สีผมซีดจางอย่างรวดเร็ว มาดูกันว่ามีข้อห้ามอะไรบ้าง

ข้อห้ามที่ 1: แช่ผมขณะแช่อ่างอาบน้ำ

หากคุณผมยาวและแช่ในอ่างอาบน้ำซึ่งมีความร้อนประมาณ 39-41 องศาเซลเซียส ความร้อนจะทำให้สีที่เพิ่งทำมาใหม่ๆ หลุดหรือซีดจางได้ อุณหภูมิที่ช่วยสีผมคงอยู่ไม่หลุดออกได้ง่ายอยู่ที่ 36 องศาหรือน้อยกว่านั้น ดังนั้นหากอาบน้ำด้วยการแช่น้ำร้อนในอ่าอาบน้ำก็แนะนำให้มัดผมไม่ให้ผมสัมผัสกับน้ำร้อน หรือถ้าอาบน้ำฝักบัวก็ไม่ควรใช้อุณหภูมิที่สูงเกินไปตามคำแนะนำ

ข้อห้ามที่ 2: ตั้งอุณหภูมิฝักบัวไว้ที่ 37 องศาหรือสูงกว่า

อย่างที่บอกไปใน ข้อห้ามที่ 1 ว่า สีผมที่เพิ่งทำใหม่จะซีดได้ง่ายเมื่อใช้น้ำที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสขึ้นไป ยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนมากๆ ก็ควรระวังเช่นกัน เพราะน้ำจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นตามสภาพอากาศ ยิ่งสระผมบ่อยขึ้นเท่าไหร่ผมของคุณก็มีโอกาสบอบบางมากขึ้นเท่านั้น ระวังการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจากฝักบัว และควรเลือกใช้แชมพูที่ช่วยคงสีผมด้วยก็จะช่วยยืดเวลาสีผมของเราให้ดูเหมือนใหม่ไปได้นานๆ แชมพูที่แนะนำให้ใช้สำหรับผมฟอกสีเทาและสีบลอนด์คือแชมพูสีม่วง นอกจากนี้ยังมีแชมพูสีชมพูและแชมพูสีน้ำตาลที่ช่วยคงสีผมไว้ ดังนั้นแนะนำว่าควรหาแชมพูที่ช่วยถนอมผมเราไว้และไม่สระผมบ่อยๆ จะดีที่สุด

ข้อห้ามที่ 3: สระผมด้วยแชมพูในวันที่ทำสี

ควรหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูทันทีหลังจากการทำสี โดยควรทิ้งระยะการสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และถ้าจะให้ดีที่สุดคือทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง สาวๆ หลายคนที่ชอบสระผมทุกวันอาจจะรู้สึกว่ามันค่อนข้างฝืนใจ แต่ยังไงก็พยายามรักษาช่วงเวลาไว้จะดีที่สุด

ข้อห้ามที่ 4: ปล่อยผมให้เปียกโดยไม่เช็ดผมในทันที

หลังจากอาบน้ำเสร็จหลายคนอาจจะรู้สึกสดชื่นจนไม่อยากขยับตัวทำกิจกรรมอะไรแม้กระทั่งเป่าผม แต่การปล่อยให้ผมเปียกเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้สีผมซีดจางหรือเสียได้ ดังนั้นควรเช็ดผมให้แห้งทันที และไม่ควรนอนโดยที่ผมยังเปียกอยู่

เป็น 4 ข้อห้ามที่ทำตามได้ไม่ยาก ซึ่งควรระวังไว้เพื่อให้สีผมของเราที่เพิ่งทำมาอยู่ได้นานยิ่งขึ้น และยังช่วยคงสภาพเส้นผมรวมถึงหนังศีรษะให้แข็งแรงไปได้นานๆ อีกด้วย หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครๆ หลายคนนะคะ

 

Related Post

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ



ประเภทพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ สำหรับ พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และพระรูปหล่อ ถือเป็นการสร้างพระที่มีคตินิยมมาจากการจำลองพระพุทธรูปที่สำคัญศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนพระคณาจารย์ผู้เลิศทั้งวัตรปฏิปทา ปฏิบัติดีงามจนเป็นที่ยอมรับนับถือ มาเป็นองค์พระขนาดเล็ก ไว้พกติดตัว หรือไว้ประจำบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะสร้างจากเนื้อโลหะต่างๆ ขึ้นรูปแบบลอยองค์สำหรับพระเครื่องประเภทนี้ ประวัติการสร้าง “พระกริ่ง” มีมาแต่โบราณ ประวัติพระกริ่ง เริ่มขึ้นที่ในประเทศทิเบต และจีน จึงเรียกติดปากว่า พระกริ่งทิเบต และพระกริ่งหนองแส พระกริ่งเป็น พระพุทธเจ้าปางมาช่วยโปรดสัตว์โลก หรือเรียกกันว่า “พระไภสัชคุรุ” เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช

ประวัติพระเครื่องประวัติพระเครื่อง



    พระเครื่องราง นิยมเรียกโดยย่อว่า พระเครื่อง หมายถึง พระพุทธรูปขนาดเล็ก สร้างไว้สำหรับบรรจุไว้ในเจดีย์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า อาจจะรวมถึงรูปสมมติขนาดเล็กของพระสงฆ์อริยบุคคล พระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นตามความนิยมของบุคคลที่มีความเชื่อในเมตตามหานิยม อิทธิ์ฤิทธิ์ ปาฏิหารย์ เช่น แคล้วคลาด, อยู่ยงคงกระพัน, นำโชค ประวัติการสร้าง พระเครื่องมีความเป็นมาและวิวัฒนาการอันยาวนาน ก่อนจะมาเป็นพระเครื่องนั้นได้เกิดพระพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนไป คติการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและเลือนหายไปในที่สุด พระพิมพ์บางส่วนกลายมาเป็นพระเครื่อง พระพิมพ์เป็นของเก่าแก่ที่ได้มีผู้ทำขึ้นตั้งแต่ตอนต้นพุทธศาสนา มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย การแผ่ขยายอิทธิพลทางพุทธศาสนาไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้พระพิมพ์ซึ่งเป็นประติมากรรมเนื่องในคติทางพุทธศาสนาได้แผ่กระจายไปยังดินแดนต่าง