ประวัติพระเหรียญ




พระเหรียญ เริ่มมีครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นการจำลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูป พระคณาจารย์ตลอดจนผู้ที่ควรเคารพ นำมาแกะลวดลายทำแม่พิมพ์ เพื่อการปั๊ม หรือ หล่อลงในแผ่นโลหะให้ปรากฎรูปที่ต้องการ

พระเหรียญ เหรียญแรกเป็นเหรียญพระพุทธที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการสมโภชองค์ “พระพุทธชินสีห์”ประวัติการจัดสร้างเหรียญพระพุทธชินสีห์นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกและพระราชทานในงานสมโภชพระพุทธชินสีห์ ในวโรกาสที่เสด็จกลับจากยุโรป เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ เป็นเหรียญพระพุทธที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์

นอกจากเหรียญพระพุทธแล้วยังมีเหรีญพระสงฆ์อีกด้วย เหรียญพระสงฆ์เหรียญแรกนั้น เป็น เหรียญพระพุทธวิริยากร ( จิตร ฉฺนโน ) ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ของวัดสัตตนารถปริวัตร ปกครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. 2437 – พ.ศ. 2457 นับเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของ จ.ราชบุรี เหรียญรุ่นแรกของท่านนับเป็นเหรียญพระสงฆ์เหรียญแรกของประเทศไทย จัดสร้าง พ.ศ.2458 ท่านพระครูวินัยธรรม ( อินทร์  ปัญญาทีโป ) ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพพระพุทธวิริยา ( จิตร ฉนฺโน ) เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2459 เหรียญนี้จัดสร้างมาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมรรคทายกวัดมีบุตรชายทำงานด้านการช่างที่ญี่ปุ่น เป็นคนดำเนินการจัดสร้างให้

การพิจารณาเหรียญพระพุทธ และเหรียญคณาจารย์

ในปัจจุบันนี้ พระเครื่องประเภทเหรียญพระพุทธ และเหรียญคณาจารย์รุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะเหรียญหลักยอดนิยมในอันดับต้นๆ มีค่านิยมสูงมาก การทำปลอม จึงมีการพัฒนาวิธีการทำได้ใกล้เคียงของแท้มาก เนื่องจากของปลอมนำเหรียญแท้ไปถอดพิมพ์ จึงทำให้ของปลอมมีจุดตำหนิที่ด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญ ใกล้เคียงกับของแท้มาก จะแตกต่างกัน ที่ความชัดของตัวหนังสือ และความชัดของเส้นแตก รูเจาะหูเหรียญ ตลอดจน ขอบข้างของเหรียญ ซึ่งเป็นจุดสำคัญ ในการพิจารณาเหรียญที่สำคัญที่สุด ท่านจะเห็นได้ว่า ในการซื้อ-ขายเหรียญนั้น ผู้ชำนาญการจะจบลงที่การพิจารณาขอบข้างของเหรียญ ซึ่งเป็นบทสรุปในการพิจารณาว่า แท้หรือไม่ เพราะขอบด้านข้างของเหรียญ ยังไม่สามารถปลอมแปลงได้เหมือน เนื่องจากร่องรอยที่เกิดขึ้นที่ด้านข้างของเหรียญนั้น เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จากขั้นตอนการผลิต

เปิดตำนานเหรียญ วิธีดูพระเครื่องเหรียญ แท้ปลอม ยุคอายุของเหรียญสร้างเมื่อไร อย่างไรก็ตาม การปั๊มตัดข้างเหรียญนั้น แบ่ง ออกเป็น ๓ ยุค คือ ๑.ยุคประมาณ พ.ศ.๒๔๔๐-พ.ศ.๒๔๘๕ ๒.ยุคประมาณ พ.ศ.๒๔๘๖-พ.ศ.๒๔๙๙ ๓.ยุคประมาณ พ.ศ.๒๕๐๐-ปัจจุบัน

๑. เหรียญช่วงปี พ.ศ.๒๔๔๐-๒๔๘๕ นิยมสร้าง เหรียญที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม รูปไข่ รูปทรงอาร์ม และทรงเสมา รูปทรงเหรียญทั้งสี่แบบนี้ สามารถแยกกรรมวิธีการสร้างได้เป็น ๒ ชนิด คือ เหรียญปั๊มชนิดข้างเลื่อย และเหรียญปั๊มชนิดข้างกระบอก ซึ่งเหรียญที่มีกรรมวิธีการสร้างทั้ง ๒ ชนิดนี้มีรายละเอียด คือ

เหรียญปั๊มข้างเลื่อย คือ การนำแผ่นโลหะที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของตัวเหรียญ มาทำการปั๊มขึ้นรูปเหรียญ ให้ได้ตามลักษณะรูปทรงของเหรียญ ตามต้องการ จากนั้นนำมาเลื่อยฉลุโลหะส่วนที่เกินออกมาเป็นเหรียญตามรูปทรงนั้นๆ วิธีการนี้จึงเรียกว่า “เหรียญปั๊มข้างเลื่อย” ซึ่งบริเวณด้านข้างของเหรียญจะปรากฏรอยเลื่อยให้เห็น

เหรียญปั๊มข้างกระบอก คือ เหรียญปั๊มข้างกระบอกนั้น ส่วนใหญ่โรงงานปั๊มเหรียญจะทำบล็อกกระบอกเป็นรูปทรงกลม และรูปไข่เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการทำกระบอกที่จะนำมาปั๊มเหรียญจะมีวิธีทำที่ไม่ยุ่งยาก และไม่เสียเวลามากนัก แต่เหรียญที่มีข้างกระบอกไม่ได้มีเพียงรูปทรงกลมและรูปไข่เท่านั้น รูปทรงเสมาและรูปทรงอาร์มก็มีเช่นกัน แต่น้อยมาก เนื่องด้วยกรรมวิธีการทำที่ยุ่งยากกว่า เท่าที่พบในการสร้างเหรียญปั๊มข้างกระบอก รูปทรงอาร์ม และรูปทรงเสมา ในปี พ.ศ.๒๔๔๐-๒๔๘๕ ก็มีเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ พิมพ์ขอเบ็ด เหรียญหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก พิมพ์หน้าใหญ่ เป็นต้น

การปั๊มแบบข้างกระบอก คือ การนำแผ่นโลหะมาเลื่อยตามรูปทรงของเหรียญที่จะทำการปั๊ม เพื่อเข้ากระบอก และทำการปั๊มรูปเหรียญนั้นๆ แผ่นโลหะที่ถูกแรงกระแทกจากการปั๊มขึ้นรูปนั้นขอบด้านข้างจะปลิ้น ไปเบียดกับขอบกระบอก ที่เป็นตัวบังคับ ดังนั้น ด้านข้างของเหรียญปั๊มชนิดนี้จึงเรียบเนียน เนื่องจากการปั๊มเข้ากระบอก โดยมีตัวกระบอกเป็นตัวบังคับ แต่หากพบรอยเส้นทิวบางๆ ในขอบข้างของเหรียญชนิดนี้ก็อย่าตกใจ เพราะสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากการที่ช่างแต่งตัวบล็อกกระบอก ที่จะปั๊มเหรียญไม่เรียบ เวลาปั๊มออกมาจึงมีลักษณะไม่ค่อยเรียบตามตัวบล็อค

๒.เหรียญปั๊มข้างตัด (ปั๊มตัดแบบยุคเก่า) การสร้างเหรียญชนิดนี้จะอยู่ในช่วงประมาณ พ.ศ.๒๔๘๖-๒๔๙๙ เนื่องจากการสร้างชนิดแบบเก่าที่มีการเข้ากระบอก และแบบเลื่อยขอบ มีความยุ่งยาก และเสียเวลา อีกทั้งในช่วงนี้เริ่มมีวิวัฒนาการในการสร้างเหรียญปั๊มขึ้นมาตลอด เครื่องจักรก็เริ่มมีความทันสมัยขึ้น โรงงานมีการทำตัวตัดขึ้นเพื่อความสะดวกในการตัดเหรียญให้ขาด โดยไม่ต้องมาเลื่อยให้เสียเวลาอีก

แต่การปั๊มเหรียญและตัดในยุคนั้น จะแตกต่างกับเหรียญในปัจจุบัน คือ ด้านข้างของเหรียญจะมนๆ ไม่ค่อยมีริ้วรอยมากนัก อีกทั้งเหรียญช่วง พ.ศ.นี้ลักษณะของเหรียญด้านหน้าจะนูนเล็กน้อย แต่ด้านหลังจะเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งเกิดจากการปั๊มและตัดเหรียญนั่นเอง ตัวอย่างของเหรียญที่สร้างขึ้นในยุคนี้ เช่น เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง บล็อกยันต์วรรค ปี ๒๔๘๖ เป็นต้น

๓.เหรียญปั๊มยุค พ.ศ.๒๕๐๐-ปัจจุบัน ใน ยุคนี้มีการพัฒนาตัวตัดด้านข้างเหรียญที่ทันสมัย เพื่อความสะดวกในการตัดเหรียญจำนวนมากๆ การพัฒนาตัวตัดยุคนี้จึงค่อนข้างคมชัด บางครั้งในเหรียญหลวงพ่อเดียวกัน มีตัวตัด ๒ ตัว เนื่องจากการสร้างเหรียญในแต่ละครั้งมีจำนวนมากขึ้น เช่น หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่น ปี พ.ศ.๒๕๐๐ และเหรียญ ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อทองคำ และเนื้อเงิน ด้วยเหตุนี้ตัวตัดในยุคนี้จึงค่อนข้างคม เพื่อสะดวกในการตัดเหรียญจำนวนมากๆ

Related Post

ประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอกประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก



ประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก หลวงพ่อพริ้ง อินทโชติ หรือ พระครูประสาธน์สิกขกิจ นามเดิมชื่อ พริ้ง เอี่ยมทศ เกิดในปีพุทธศักราช 2543 เป็นชาวคลองสานฝั่งธนบุรี บรรพชาตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ ที่วัดราชสิทธาราม และได้ศึกษาพระธรรมวินัย วิปัสสนากรรมฐาน กับพระมงคลเทพมุนี จนเมื่อถึงปี 2420 ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดทองนพคุณ ตอนที่อยู่ในเพศบรรพชิตนั้น หลวงพ่อพริ้งได้ทำการศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทย และภาษาบาลีจนแตกฉาน และท่านยังมีความสนใจในด้านวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นภาระ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบโดยแท้จริง ไม่เพียงเท่านั้น

บทความกลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศบทความกลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศ



   บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ให้กับผู้ประกอบการ หลายท่านมีความสนใจ ที่จะเข้าใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ของการค้า สินค้ามากมายในต่างประเทศ เรานั้นต้องเข้าใจถึงกลยุทธ์และเดินหน้ากับมันในการแข่งขันในปัจจุบันให้ได้  จริงแล้วถ้าเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาด ก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา ถ้าเรานั้นเป็นผู้ประการนั้นก็สามารถที่จะทำกันได้   แต่ทุกครั้งที่เราต้องวางแผนการตลาดระหว่างประเทศนั้น ข้อมูลสำคัญนั้นคือหัวใจการตลาด คือ คนที่แข่งขันกับเรา ลูกค้า และงบของเรานั้นเอง ตอนนี้ลองดูตัวอย่างกันนะคะ การทำกลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศของการส่งออกของเรานั้นควรทำยังไงบ้าง มีประเด็นหลักก็คือกลยุทธ์นั้นเอง กลยุทธ์การสร้างการตลาดแยกชิงส่วนของตลาด คือเป็นการแบ่งคู่ขันว่ามีคนแข่งขันกับเรานั้นกี่ประเภท เพื่อเรานั้นจะเสนอสินค้าของเรานั้นดีกว่าคู่แข่ง และกลุ่มเป้าหมายของเราดีไปกว่าคู่แข่งยังไง สินค้าของเรานั้นมีจุดเด่นมากกว่าคู่แข่งยังไง 1.กลยุทธ์วิเคราะห์ฤดูการขาย แนวคิดง่ายๆ ช่วงซีซันนั้นเราควรขายอะไรให้ตรงกับช่วงฤดูนั้น ถ้าเราขายเสื้อกรามหน้าหนาว สินค้าของเรานั้นก็ไม่สามารถขายได้ แต่หากเราเลือกสินค้าตรงจุดกับฤดู สินค้าเรานั้นก็สามารถขายได้มากกว่าคู่แข่งคนอื่น