หยุดการ Body shaming




เคยไหมแล้วโดนทักว่าอ้วนขึ้น ดำขึ้น หรือแม้กระทั่งการโดนล้อเลียนจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสูง สีผิว น้ำหนัก รูปร่าง ลักษณะร่างกาย ไปจนถึงเรื่องขนาดหน้าอก ปัจจุบันการรณรงค์เรื่อง Body shaming หรือที่เรารู้จักกันดีในความหมายของการวิจารณ์ร่างกายบุคคลอื่น โดยคำพูดหรือการกระทำในเชิงเปรียบเทียบ ล้อเลียน จนส่งผลให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกอับอาย ไม่มั่นใจกับร่างกายตัวเอง และหลายครั้ง การโดนกระทำเช่นนี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ความเชื่อมั่นในคุณค่าตัวเองของคนๆ นั้นอีกด้วย ซึ่งในยุคปัจจุบัน ถือว่าเป็นปัญหาระดับสากล เพราะการวิจารณ์ร่างกาย รูปลักษณ์คนอื่น ปัจจุบันก็มาในรูปแบบของการวิจารณ์ผ่านทางสังคมออนไลน์ ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ได้รู้จักกันในชีวิตจริงเลยก็ตาม

มาดูวิธีการ หยุดการ Body shaming ด้วยตัวเราเอง

  1. หมั่นออกกำลังกาย จากผลการศึกษาวิจัยมหาวิทยาลัยเยล และออกซ์ฟอร์ด ซึ่งได้เคยถูกตีพิมพ์ลงวารสาร The Lancet แนะนำว่า การออกกำลังกายเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 30-60 นาทีก็เพียงพอแล้ว นอกจากการได้รูปร่างที่ได้สัดส่วนแล้ว คุณยังจะได้สุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงไปพร้อมกันอีกด้วย
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และหุ่นสมสัดส่วน การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญ คุณไม่จำเป็นต้องทนหิว อดอาหาร เพื่อให้ผอมก็ได้ ถ้าคุณเลือกทานดี และออกกำลังกายควบคู่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากสุขภาพดีอย่างยั่งยืนแล้ว สุขภาพจิตใจคุณก็จะสดใสไปด้วย
  3. การดื่มน้ำ และการนอนอย่างเพียงพอ คุณรู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาผิวและเส้นผมแห้ง ไม่ชุ่มชื้นแล้ว ยังสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงไปถึงปัญหาสุขภาพและโรคอีกมากมาย นอกจากนั้นการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมงนับเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน
  4. การเลือกเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่เหมาะสมกับสรีระของตนเอง เสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นลายทางแนวนอน แนวตั้ง ลายดอกไม้ สีเข้ม สีอ่อน ล้วนช่วยในการพรางตาให้เราดูสมส่วน เพิ่มความมั่นใจได้ เช่น อยากให้ดูตัวสูง เราก็เลือกเสื้อผ้าลายทางแนวตั้ง อยากจะดูเพรียวเราก็เน้นการใช้โทนสีเสื้อผ้าที่เป็นสีเข้ม หรือเข็มขัดในการช่วยได้

เห็นไหม การรับมือ Body Shaming ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก และสามารถเริ่มได้ที่ตัวคุณ ด้วยความมั่นใจ และรักในรูปร่างตัวเองทั้งจุดเด่นและจุดด้อย และอยู่กับมันให้เป็น แถมสมัยนี้ยังมีตัวช่วยมากมายในการปรับรูปร่างในส่วนที่เป็นจุดด้อย ให้เป็นจุดเด่นหรือสวยงามขึ้นได้ในแบบที่เราชอบได้อีกด้วย นิยามความสวยหรือพิมพ์นิยมสังคมเป็นเพียงแค่เรื่องที่อื่นมอง แต่นี่คือร่างกายของเรา ถ้าเราไม่อนุญาตให้ใครมาตัดสินเราด้วยนิยาม รูปธรรมต่างๆ นั้น ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ จงมั่นใจ และสนุกกับการแต่งตัวในแบบที่เป็นคุณในทุกๆ วัน เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการรับมือแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าหาญละ

 

Related Post

นอนทิศไหนดีกับเรากันนะ?นอนทิศไหนดีกับเรากันนะ?



การเลือกวางเตียงนอนที่จะนอนอย่างไรให้หลับสบายก็ก็เลือกทิศทางให้ดี ซึ่งทิศหัวเตียงถือเป็นหลักฮวงจุ้ยที่แม้จะดูเล็กน้อยแต่ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นที่ผู้อยู่อาศัยไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเลือกหันไปทางทิศที่ดีก็จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต แต่ถ้าเลือกตำแหน่งผิดนอกจากจะไม่ส่งเสริมต่อดวงชะตาแล้ว ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวด้วยเช่นกัน โดยแต่ละตำราฮวงจุ้ยได้กล่าวถึงตำแหน่งของทิศหัวเตียงไว้ดังนี้ฮวงจุ้ยหลายๆ ตำรา หรือแม้แต่ความเชื่อของคนไทยมักให้หันหัวเตียงไปทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก เพราะเชื่อว่าเป็นทิศที่ดี และเป็นมงคลต่อชีวิตส่วนทิศใต้ บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเป็นทิศที่ดีเช่นกัน เนื่องจากเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระองค์ทรงนอนหันพระเศียรไปทางทิศใต้ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก จึงเชื่อว่าการหันหัวเตียงไปทางทิศใต้จะนำมาซึ่งสิริมงคลแก่ชีวิตเช่นกันแต่ทิศที่ห้ามเด็ดขาดคือ ทิศตะวันตก เนื่องจากโบราณเชื่อว่าเป็นทิศของคนตาย หากหันหัวเตียงไปทางทิศนั้นอายุจะสั้น จะถูกผีหลอก ผีอำ ได้ง่าย รวมทั้งยังเชื่อว่าหากยมบาลเห็นจะเข้าใจผิดคิดว่าเราตายไปแล้ว และจะดึงวิญญาณออกไปฟังดูแล้วอาจงมงาย แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วก็มีคำอธิบายไว้เช่นกันว่าทำไมจึงไม่ควรหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตก เนื่องจากโลกหมุนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ทำให้สนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ถูกส่งมาจากทิศตะวันออกไปตะวันตกหากนอนหันหัวไปทางทิศตะวันออก กระแสแม่เหล็กจะเข้าสู่ศีรษะก่อนและจะระบายออกที่เท้า แรงเฉื่อยที่เกิดขึ้นจะทำให้อุณหภูมิที่ศีรษะเย็น และอุณหภูมิที่เท้าร้อนในทางตรงกันข้ามหากหันหัวไปทางทิศตะวันตก

อยู่คนเดียวอย่างไรให้มีความสุขอยู่คนเดียวอย่างไรให้มีความสุข



การอยู่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทุกข์ หากเข้าใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องการใช้ชีวิตแบบใด ก็จะรู้วิธีรับมือกับการอยู่คนเดียวได้สบาย การอยู่คนเดียวก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะคนยุคนี้ที่เป็นโสดกันมาก ความเข้าใจตัวเอง รู้จักตัวเองทุกด้านเป็นเรื่องสำคัญ หากยังรู้สึกเหงา รู้สึกโดดเดี่ยว ก็แสดงว่ายังไม่รู้จักตัวเองดี ว่าชีวิตต้องการอะไร อยากเป็น อยากอยู่ อยากทำอะไร กันแน่ การจะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรแบบไหน ก็จะต้องลงมือทำนั่นคือ ฝึกการอยู่คนเดียว เพื่อให้เข้าใจตัวเอง ซึ่งจะต้องผ่านอุปสรรคนานับประการเลยทีเดียว สิ่งสำคัญก็คือสติ ที่จะต้องตรวจสอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถึงความรู้สึก อารมณ์ของตัวเองในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อดูว่า อารมณ์ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องอยู่คนเดียว