เปิดประวัติและอภินิหารของ หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง นครปฐม




หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง นครปฐม

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นพระผู้มีอภิญญา มีเมตตา มีพุทธาคมสูง เมื่อท่านไปอยู่ที่ใด เปรียบเสมือนแสงสว่าง นอกจากเป็นพระที่มีพุทธคุณสูงแล้ว

ยังเป็นพระนักพัฒนา ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ สร้างถาวรวัตถุ ตามวัดต่างๆมากมาย โดยท่าน ได้ตั้งปณิธาน ไว้ 2 ประการคือ
1. ลดละเลิกอบายมุขทุกชนิด
2. ท่านจะสั่งสมบารมี ด้วยการสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุภายในวัด เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลา สิ่งอำนวยความสะดวก จนกว่าชีวิตจะหาไม่

หลวงปู่หลิว ท่านมีนามเดิมว่า หลิว นามสกุลแซ่ตั้ง (นามถาวร) บิดาชื่อเต่ง มารดาชื่อน้อย อาชีพทำไร่ทำนา เป็นเกษตรกร เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม ปี 2448 ขึ้น 11 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเส็ง ที่หมู่บ้านหนองอ้อ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 9 คน เป็นชาย 5 คนหญิง 4 คน เคยสมรสกับน้ำหยด มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ชื่อนายกาย นามถาวร

หลวงปู่หลิวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

จนอายุได้ 27 ปี หลวงปู่หลิว ได้อุปสมบท ณพัทธสีมา วัดโบสถ์ ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีหลวงพ่อโพธาภิรม แห่งวัดบำรุงเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่ออินทร์วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และมีพระอาจารย์ห่อ วัดโบสถ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปณฺณโก ได้ทำการ จำพรรษาที่ วัดหนองอ้อ

เกจิอาจารย์มากมายที่เป็นอาจารย์หลวงปู่หลิว

หลังจากนั้น หลวงปู่หลิว ได้ทำการศึกษา พระปริยัติธรรม พระธรรมวินัย รวมไปถึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ เรียนวิชาอาคม จากเกจิอาจารย์ฆราวาส หลายท่าน เช่น หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี, หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช, อาจารย์หม่ง ชาวกะเหรี่ยง หลวงพ่ออุ้ม จังหวัดนครสวรรค์ ยังมีเกจิอาจารย์อีกมากมาย ที่หลวงปู่หลิว ได้ศึกษาวิชาด้วย พระภิกษุ และฆราวาส

วัตถุมงคลหลวงปู่หลิว

พระเครื่องหลวงปู่หลิว มีลักษณะโดดเด่นที่สุดเห็นจะไม่พ้น เหรียญพญาเต่าเรือน ที่ทำได้ออกมางดงามในสมัยนั้น เป็นที่แปลกตา เหตุที่ท่านสร้างเป็นเต่า เพราะว่า เต่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน เต่าเป็นสัตว์ที่มีศีลธรรม นอกจากนี้ พระพุทธเจ้ายังเคยสวยพระชาติเป็นพญาเต่าอีกด้วย

หลวงปู่หลิวท่านเป็นพระนักพัฒนา

ขณะที่อยู่ในสมณเพศ หลวงปู่หลิวท่านมิได้หยุดนิ่ง ท่านทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ ถาวรวัตถุ ตามวัดต่างๆ เช่น วัดสนามแย้, วัดไทรทองพัฒนา จังหวัดกาญจนบุรี, วัดโศก จังหวัดสุพรรณบุรี, วัดหนองอ้อ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี, วัดไร่แตงทอง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และยังมีวัดอื่นอีกมากมาย

หลวงปู่หลิวละสังขาร

จนมาถึงกลางปี 2543 หลวงปู่หลิวเริ่มอาพาธด้วยอาการชราภาพ ในขณะที่ท่านอาพาธ ท่านไม่มีความยินดียินร้าย กับการอยู่หรือการจากไป ท่านบอกเสมอว่า ร่างกายของเราเป็นของผสม เมื่อถึงคราวแตกดับก็ต้องแตกดับ เพราะวัฏสงสาร เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ จนเมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายนปี 2543 เวลา 20.35 น หลวงปู่หลิวได้ละสังขารอย่างสงบ ที่วัดหนองอ้อ อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี สิริรวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา

 

Related Post

หลวงพ่อคง

เปิดประวัติและอภินิหารของ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อมเปิดประวัติและอภินิหารของ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม



เปิดประวัติและอภินิหารของ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม      หลวงพ่อคง ท่านเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2408 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 5 ปีฉลู ที่บ้านสำโรง โดยปัจจุบันคือ ตำบลโรงหีบ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นบุตรของนายเกตุ กับ นางทองอยู่ จันทร์ประเสริฐ เมื่ออายุ 12 ปี ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดเมืองใหม่อำเภออัมพวาจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นการศึกษาให้รู้หนังสือและเล่าเรียนในปริยัติธรรม หลวงพ่อท่านมีความสนใจในวิชาเมตตามหานิยม

เคล็ดลับการดูแลผิวแห้งเคล็ดลับการดูแลผิวแห้ง



ปัญหาผิวแห้งเกิดขึ้นมักจะมากับหน้าหนาวและการที่ผิวจะต้องเผชิญกับความเย็นในห้องแอร์หรือพื้นที่ที่มีความแห้งสูง เกิดเป็นปัญหาผิวแห้งที่สร้างความหยาบกร้าน ปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย ผิวอักเสบแดง และอีกหลากหลายปัญหาผิวตามมา ดังนั้นถ้าไม่อยากเผชิญปัญหานี้ ลองมาดูเคล็ดลับการดูแลผิวแห้งดู 1.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิวแห้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม เพราะจะอุดมไปด้วยความชุ่มชื้นและมอยซ์เจอไรเซอร์ พร้อมทำการเคลือบผิวไม่ให้น้ำหล่อเลี้ยงถูกดึงออกไปอย่างง่ายดาย จึงสามารถให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวแบบชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน 2.อาบน้ำในอุณหภูมิห้อง การอาบน้ำควรเลือกใช้น้ำในอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุ่นมากจนเกินไป เพราะน้ำเย็นหรืออุ่นมากจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ดังนั้นควรเลือกเป็นน้ำในอุณหภูมิปกติที่ถือว่าเหมาะสมต่อการทำความสะอาดผิวมากที่สุด และไม่ดึงน้ำหล่อเลี้ยงออกจากผิว 3.เลี่ยงการขัดผิว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบสครับหรือขัดผิว เมื่อถึงหน้าหนาวควรหยุดหรือขัดผิวเพียงแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น เพราะการใช้สครับขัดผิวที่แม้ว่าจะเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ก็ดึงเอาน้ำหล่อเลี้ยงผิวออกไปด้วยเช่นกัน 4.เลือกน้ำมันธรรมชาติ น้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันละหุ่ง