พระปิดตา

พระปิดตา คือ พระพุทธรูปขนาดเล็ก หรือพระเครื่อง ลักษณะขององค์พระท่านเป็นการยกพระหัตถ์ ปิดพระพักตร์ (ปิดรวม ตา หู จมูก ปาก) พระปิดตามี 3 ประเภทคือ พระปิดตาชนิดปิดตานั่งยอง พระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า และพระ   ปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น
พระปิดตาที่โด่งดัง คือ พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน พระปิดตาแร่บางไผ่หลวงปู่จันวัดโมลี พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง พระปิดตาหลวงพ่อทับวัดทอง พระปิดตาหลวงปู่นาควัดห้วยจระเข้ พระปิดตาหลวงปู่ศุข พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก 5 เสือชลบุรี (หลวงพ่อแก้ว หลวงปู่เจียม หลวงพ่อครีพ หลวงพ่อโต หลวงปู่ภู่) พระปิดตาหลวงปู่เฮี้ยงวัดป่า หลวงปู่ภูวัดต้นสน เป็นต้น


ประวัติ
พระปิดตา มีประวัติว่าเป็นอัครสาวกองค์หนึ่ง ชื่อพระควัมปติ หรือพระมหากัจจายนะ แสดงออกถึงนัยยะแห่งธรรม และผู้ศรัทธาเชื่อกันว่า สามารถดลบันดาลโชคลาภ เงินทอง มีกินมีใช้สมบูรณ์พูนสุข ส่วนที่มีการปิดทวารทั้งเก้า ปิดตา หู จมูก ปาก และก้น ที่เรียกว่า มหาอุด เป็นอุปเท่ห์หมายถึง ตอนที่พระภควัมปติท่านกำลังเข้านิโรธสมบัติ ทวารทั้งเก้าก็จะปิดสนิท ไม่ยินดียินร้ายกับกิเลสทั้งหลาย เป็นความดับสนิท ของอาสวะกิเลสต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะมาแผ้วพานได้เลย อันเป็นการป้องกันสรรพภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง

ต้นกำเนิดของการสร้างพระปิดตา เชื่อว่ามาจากคติการสร้างพระเครื่องของเขมร เผยแพร่เข้าสู่การสร้างพระเครื่องไทย พระปิดตาในยุคแรกเป็นเนื้อโลหะ ได้แก่ พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ต่อมาจึงมีการสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักและพระปิดตาอื่น ๆ เช่น พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี จนได้รับความนิยมแพร่หลายช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น พระปิดตาวัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) พระปิดตาวัดหนัง พระปิดตาวัดทอง พระปิดตาหลวงปู่ศุข พระปิดตาแร่บางไผ่ และ พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม เป็นต้น

ความหมายของพระปิดตา
มีพระเครื่องประเภทหนึ่ง ซึ่งมีพุทธศิลปะ เป็นเอกลักษณ์แตกต่าง จากพระเครื่อง ประเภทอื่นๆ จนกลายเป็น ความโดดเด่น และได้รับความนิยม อย่างสูงยิ่ง ในหมู่พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะ วงการพระเครื่อง ซึ่งรู้จักกัน
ในนาม “พระปิดตา”
ลักษณะเด่นของพระปิดตานั้น นับเป็นพระเครื่องที่แสดงถึง “นัย” หรือ “ปริศนาธรรม” แห่งงานพุทธศิลปะอย่างโดดเด่น ยากจะหาพระเครื่องประเภทใดเทียบเทียมได้
ประเภท
• พระปิดตาชนิดปิดตานั่งยอง หรือ พระปิดตามหาอุด เป็นพิมพ์พระนั่งยองพระปิดทวารทั้งเก้า มีพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ป้องกันอันตรายต่าง ๆ
• พระปิดตาชนิดปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า มีพุทธคุณด้านการป้องกันอันตรายต่าง ๆ
• พระปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น เป็นพระเมตตามหานิยมและลาภผล

ความหมายเบื้องต้นแห่งการปิดตาก็คือ การปิด “ทวาร” หรือทางเข้าทางออกแห่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย

ซึ่ง เราชื่อกันว่าร่างกายของมนุษย์ (หรือสัตว์) มี “ทวาร” หมายถึง ประตูแห่งการเข้าออก ๙ ทาง ได้แก่ ตา ๒ จมูก ๒ หู ๒ ปาก ๑ รวมทั้ง ช่องทางขับถ่ายด้านหน้าและ ด้านหลังอีก ๒ รวมเป็น ทวารทั้ง ๙

การ ปิดกั้นทวารทั้ง ๙ เป็นปริศนาธรรมที่กั้นกิเลสจากภายนอกไม่ให้เข้ามาสู่ภายใน เพื่อจุดหมายแห่งการปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งโบราณาจารย์ที่สร้างพระปิดตา (หรือปิดทวาร) ในอดีตจะเป็นพระภิกษุที่ขึ้นชื่อลือเลื่องทางวิปัสสนาธุระทั้งสิ้น

สรุปคำว่าพระปิดตา ชนิดของพระปิดตาแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

1.พระปิดตามหาอุดโดยสมบูรณ์เรียกว่าพระปิดทวารทั้งเก้า นั่งยองหรือพระเจ้าในครรภ์ พระปิดตากุมารในครรภ์
2.พระปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า ความหมายเดิมคือพระเจ้าเข้านิโรธ ควรใช้ศัพท์เรียกว่า “ภควัม” ปิด ตานั่งขัดสมาธิ หรือพระเจ้าเข้านิโรธสมบัติ ผิดลักษณะจากทารกในครรภ์ ตามเหตุผลแล้วการเข้านิโรธ ไม่เป็นการปิด ทวารอะไร
3.พระปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นปิดพระพักตร์ เว้นส่วนอื่น เป็นพระเมตตามหานิยมและลาภผล เรียกว่า


“พระควัมปติ”
พระปิดตา ถึงจะแบ่งตามลักษณะที่กล่าวมาแต่ พุทธคุณในองค์พระ(พระปิดตา)อาจจะไม่เป็นแบบที่กล่าวมาเสมอไปอยู่ ที่พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างจะบรรจุพุทธคุณอธิษฐานจิตให้พระปิดตามีพุทธคุณตาม ที่ท่านต้องการ
ส่วนพระคาถาที่มีนิยมใช้อาราธนาพระปิดตา
นะโมพุทธัสสะ คะวัมปะติสสะ
นะโมธัมมัสสะ คะวัมปะติสสะ
นะโมสังฆัสสะ คะวัมปะติสสะสุขา สุขะ วะรัง นะโมพุทธายะ
มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา เจวะ เสกขา ธัมมา ยะธาพุทโมนะ ฯ
” เป็นโภคทรัพย์ เจริญด้วยโชคภาลเมตตามหานิยม “

                                                                                                 …………………..
พระคาถาพิมพ์พระภควัมปติ “ปิดตา”
                                                                             ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม
                                                                             โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม