10 สุดยอดพระเครื่องยอดนิยมของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี




พระราชสังวราภิมณฑ์ (โต๊ะ อินทสุวณณเถร) หรือที่หลายๆ ท่านรู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่โต๊ะ” แห่งวัดประดู่ฉิมพลี ด้วยอิทธิบารมีพร้อมทั้งศีลจารวัตรปฏิบัติที่งดงาม และถือเป็นพระศักดิ์สิทธิ์อีกหนึ่งท่าน จึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของปวงชนชาวไทยมาจนถึงปัจจุบัน เราได้ รวมประวัติ 12 สุดยอดพระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
ถึงแม้ว่า “หลวงปู่โต๊ะ” ท่านจะละสังขารมานานหลายปีตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ 2524

แต่พระเครื่องและวัตถุมงคลที่ท่านได้เคยสร้างไว้ ยังคงครองใจเหล่าบรรดานักสะสมกันอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะนั้นมีพุทธคุณที่เลิศล้ำและแรงกล้าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเมตตามหานิยม และยิ่งยิ่งโดยเฉพาะเรื่องราวของโชคลาภ ขึงทำให้เหล่านักสะสมต่างยังคงตามหาและใฝ่ฝันกันมาอย่างสม่ำเสมอมาจนถึงปัจจุบัน และวันนี้เราได้นำเรื่องราวของ 12 พระเครื่องของท่านมารวมไว้ที่นี่ เพื่อให้คุณได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่ามีรุ่นใด พิมพ์ใดที่เป็นที่นิยมและน่าเก็บสะสมกันบ้าง เราไปชมพร้อมๆกันเลย

1. พระปิดตามหาเสน่ห์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี พ.ศ.2518

พระปิดตามหาเสน่ห์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี พ.ศ.2518 ถือเป็นเหรียญที่ผู้คนต่างนิยม และเป็นที่ปรารถนาสำหรับนักสะสมในวงการพระเครื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความพิถีพิถันและปราณีตในการสร้างตั้งแต่เรื่องของมวลสารไปจนถึงการปลุกเสก
ได้มีการจัดสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ 2518 ซึ่งวัดใหม่อมตรส (หรือวัดบางขุนพรหมในปัจจุบัน) เป็นผู้จัดการด้านส่วนผสมของมวลสารในการจัดสร้างครั้งนั้น

โดยมีการผสมให้ผงกดพิมพ์นั้นได้มีผงพุทธคุณของหลวงปู่โต๊ะผสมเข้าไปด้วย จากนั้นหลวงปู่โต๊ะจึงทำการปลุกเสกโดยใช้ระยะเวลานานถึง 1-6 พรรษา ที่ถือว่าเป็นเวลาที่นานพอสมควร สำหรับทางด้านพุทธคุณมีการร่ำลือกันว่า โดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม รวมไปถึงเรื่องประสบความสำเร็จ

การจัดสร้างในครั้งนั้นมีด้วยกัน 2 เนื้อคือ พระเนื้อผงเกสรจำนวนประมาณ 33,000 องค์ และพระเนื้อผงใบลานจำนวนประมาณ 3,000 องค์ ถือเป็นพระเนื้อผงที่มีความสวยงามปราณีต ทางด้านพุทธศิลป์มีความอ่อนช้อยและมีขนาดที่เล็กกระทัดรัด รูปทรงอ้วนสมบูรณ์

พุทธลักษณะขององค์พระทางด้านหน้า เป็นลักษณะของอ้วนใช้มือปิดตาด้วยลำแขนใหญ่ มีร่องลึกระหว่างมือ และในส่วนของร่องระหว่างนิ้วนั้นมีความชัดลึกที่สามารถมองเห็นได้ชัด ในส่วนของด้านหลังนั้น จะมีการจารึกอักษร 3 บรรทัด คือคำว่า “หลวงปู่” ดทางด้านบนสุด บรรทัดถัดมาช่วงกึ่งกลางพระคือคำว่า “โต๊ะ” และบรรทัดสุดท้ายที่คำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียบง่ายในแบบฉบับของหลวงปู่โต๊ะ

2. พระปิดตา “ยันต์ดวงเล็ก” หรือ “ยันต์สุกิตติมาพิมพ์เล็ก” หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521-2523

พระปิดตา “ยันต์ดวงเล็ก” หรือ “ยันต์สุกิตติมาพิมพ์เล็ก” หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521-2523 สำหรับพระปิดตารุ่นนี้มีลักษณะเป็นยันต์ดวงเล็กคล้ายกับเป็นการย่อส่วนลงมาจากพระปิดตาจัมโบ้ 2 ถือเป้นพระปิดตาที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มพระปิดตารุ่น 3 ไตรมาส แต่มีความสวยงามและมองเห็นรายละเอียดความคมชัดลึกได้อย่างชัดเจน

จึงทำให้ผู้คนมักนิยม และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมหลายๆท่าน รวมทั้งด้านพุทธคุณที่มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องโชคลาภด้านการเงินอย่างมากและทางเมตตามหานิยมที่ล้ำเลิศ

พระปิดตารุ่นนี้ได้มีการสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ 2521 มาจนถึงปี พ.ศ 2523 ซึ่งหลวงปู่โต๊ะท่านเป็นผู้ปลุกเสก โดยใช้เวลาปลุกเสกนานถึง 3 พรรษา เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หายาก และเรียกได้ว่ายังทันการปลุกเสกของหลวงปู่ เนื่องจากถัดมา ในปีพ.ศ 2524 นั้น หลวงปู่ท่านได้มรณภาพ ในการสร้างครั้งนั้นมีจำนวนการสร้างโดยแบ่งเป้น 2 เนื้อ คือ 1.พระเนื้อผงใบลานจำนวนประมาณ 51,174 องค์ และเนื้อผงธูปกรรมฐานจำนวนประมาณ 2,000 องค์

สำหรับพุทธลักษณะทางด้านหน้ามีเม็ดพระศกที่มีความคมชัด ซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงความคมชัดของ นิ้วมือ นิ้วเท้า นอกจากนี้ยังมีลักษณะเป็นองค์พระใช้มือปิดตา ที่มีท่อนแขนขนาดใหญ่อ้วนสมบูรณ์ปรากฎอยู่ มีติ่งหูที่ยาวลงมาจนถึงบริเวณไหล่ที่ทำให้สังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน ใน

ส่วนข้องด้านหลังนั้น มียันต์สุกิตติมาอยู่บริเวณกึ่งกลางองค์พระ และมีเส้นแนวฉากที่เป็นแนวตรงปรากฎให้เห็น พร้อมกับอักขระที่ชัดเจนปรากฎอยู่ และด้วยพุทธลักษณะที่สวยงามที่มีความโดดเด่นนั้น จึงทำให้ผู้คนต่างนิยมกันอย่างมากมาย

3. พระสมเด็จ พิมพ์ปรกโพธิ์ หลังข้าวสารดำ หลวงปู่โต๊ะ ปี 2516

พระสมเด็จ พิมพ์ปรกโพธิ์ หลังข้าวสารดำ หลวงปู่โต๊ะ ปี 2516 สำหรับพระสมเด็จของหลวงปู่โต๊ะรุ่นนี้ ถือเป็นอีกนึ่งวัตถุมงคลล้ำค่าของเหล่าบรรดานักสะสมหลายๆท่าน ที่ต่างใฝ่ฝันและปรารถนาอยากได้มาครอบครองบูชา มีการจัดสร้างขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี พ.ศ. 2516

สำหรับเรื่องราวที่มาของการสร้างนั้นคือเริ่มตั้งแต่ที่คุณวุฒิไกร รุ่งเรืองนภารัตน์ ได้นำปัจจัยไปถวายหลวงปู่โต๊ะ เพื่อเป็นการบริจาคให้กับทางวัดในซ่อมโบสถ์ แต่ปัจจัยไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซม หลวงปู่โต๊ะท่านจึงแนะนำว่า นำเงินส่วนนี้มาสร้างเป็นพระจะดีกว่า เพื่อที่จะได้มีเงินเพิ่มขึ้น (ด้วยเหตุผลที่ว่าปัจจัยน่าจะเพียงพอต่อการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์) เมื่อคุณวุฒิไกรได้ทราบก็มีความเห็นด้วย จึงทำการติดต่อกับวัดระฆัง สำหรับสร้างพระสมเด็จขึ้นมาในครั้งนั้น

ในการสร้างพระสมเด็จครั้งนั้น ได้จัดสร้างด้วยกัน 2 พิมพ์ ได้แก่ พระสมเด็จ พิมพ์ปรกโพธิ์ หลังยันต์ตรีนิสิงเห และ พระสมเด็จ ฐานสิงห์ หลังยันต์ตรีนิสิงเห ซึ่งได้มีการฝังข้าวสารดำไว้ที่หลังองค์พระยันต์ตรีฯ ทั้งสองพิมพ์ ข้าวสารดำที่ได้นำมาฝังนั้นก็คือข้าวสารดำที่มีผู้มาถวายหลวงปู่ ซึ่งมีคุณวิเศษและสามารถนำมาทำของขลังได้

หลวงปู่จึงได้นำมาฝังไว้ทางด้านหลังขององค์พระ จากนั้นท่านก็ได้ทำการปลุกเสกใน วันเสาร์ 5 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ปี พ.ศ 2516 และนอกจาก 2 พิมพ์นี้แล้ว ยังได้มีการจัดสร้างพระที่เป็นพิมพ์พิเศษขึ้นอีก 2 พิมพ์ (พิมพ์กรรมการ) เป็นจำนวน 99 องค์ คือ สมเด็จฐานสิงห์ พิมพ์สองหน้า และ สมเด็จปรกโพธิ์ พิมพ์สองหน้า

ทางด้านพุทธลักษณะมีความเป็นเอกลักษณ์ที่อ่อนช้อยเป็นอย่างมาก องค์พระมีรูปทรงสี่เหลี่ยม มีความคมชัดเป็นอย่างดี ขนาดขององค์มีความสูง ประมาณ 4.3 ซ.ม และมีความกว้าง 2.7 ซ.ม มีองค์พระประธานทรงอยู่บนบัลลังก์บัว และมีฐานรองรับ ด้านบนช่วงบริเวณศรีษะมีใบโพธิ์รายล้อมอยู่เบื้องหลัง และทางด้านหลังมีการลงยันต์และมีเม็ดข้าวสารดำถูกฝังอยู่ภายใน ทางใต้ยันต์มัการจารึกอักษรว่า “วัดประดู่ฉิมพลี”

4. พระเนื้อผง พิมพ์พระประธาน หลวงปู่โต๊ะ ปี 2521

พระเนื้อผง พิมพ์พระประธาน หลวงปู่โต๊ะ ปี 2521 สำหรับพระผงของหลวงปู่โต๊ะรุ่นนี้ ถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผู้คนต่างใฝ่ฝัน และปรารถนาอยากได้มาครอบครองบูชา ด้วยพุทธคุณที่มีความโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม และการประสบความสำเร็จ จึงทำให้เหล่าบรรดาผู้ทำกิจการและทำมาค้าขายให้ความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้หากันได้ง่ายๆแล้วในปัจจุบัน ใครมีไว้ครอบครองบูชาถือว่าเป็นศิริมงคลยิ่ง

สำหรับพิมพ์พระประธานรุ่นนี้ได้มีการจัดสร้างประมาณช่วงปี พ.ศ 2521 มีจำนวนประมาณ 5,000 องค์ ซึ่งเป็นพระเนื้อผงที่ถูกจำลองจากองค์พระประธานในพระอุโบสถ ในปางนั่งสมาธิ และได้มีการนำลงมาไว้ในกรอบรูปทรงใบโพธิ์ ในส่วนด้านหลังองค์มียันต์อยู่บริเวณกึ่งกลาง ในส่วนด้านบนมีการจารึกอักษรว่า “หลวงปู่โต๊ะ” และทางด้านล่างของยันต์มีการจารึกอักษรคำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี”

5. พระเนื้อผง “พิมพ์สิวลี” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2521

พระเนื้อผง “พิมพ์สิวลี” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2521 ซึ่งถือเป็นรูปแบบของพระเครื่องที่มีความเก่าแก่ และมีคณาจารย์ในการสร้างน้อย ซึ่งสำหรับองค์นี้หลวงปู่โต๊ะท่านได้ตั้งใจปลุกเสกและสร้างขึ้น เพื่อให้เป็นวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณสูงและโดดเด่นไปทางด้านโชคลาภด้านการงาน การเงิน และด้านประสบความสำเร็จ จึงทำให้เหล่าบรรดานักสะสมและผู้ที่ทำกิจการ ค้าขายต่างๆ ให้ความนิยมสนใจและต่างปรารถนาอยากได้มาครอบครองไว้ในบูชา

ได้มีการสร้างขึ้นในช่วงประมาณปี พ.ศ 2521 ซึ่งได้มีการแบ่งพิมพ์เป็น 2 พิมพ์ คือ 1. พระพิมพ์สี่เหลี่ยม ที่ได้ถูกสร้างเป็นเนื้อเกสร มีการสร้างตะกรุดในองค์ ที่มีจำนวนรวมกันประมาณ 4,099 องค์ได้แก่แบบ 1 ดอก 2 ดอก และ 3 ดอก
และ 2. พระพิมพ์รูปไข่ ซึ่งมีด้วยกัน 2 เนื้อ คือ เนื้อใบลานมีตะกรุดในองค์ ที่มีจำนวนรวมกันประมาณ 1,488 องค์ ได้แก่แบบ 1 ดอก 2 ดอก และ 3 ดอก และเนื้อเกสรมีตะกรุดในองค์ ที่มีจำนวนรวมกันประมาณ 21,370 องค์

ในส่วนของพุทธลักษณะขององค์พระคือ มีตะกรุดฝังอยู่ด้านในเป็นองค์สิวลียืน และในส่วนด้านหลังมียันต์อักขระ ด้านล่างมีอักษรจารึกคำว่า “หลวงปู่โต๊ะ” และทางบรรทัดสุดท้ายมีอักษรที่จารึกคำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี”

6. เหรียญหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี รุ่น เยือนอินเดีย ปี 2519

เหรียญหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี รุ่น เยือนอินเดีย ปี 2519 ถือเป็นเหรียญที่มีความงดงามและปราณีตเป็นอย่างมาก ถือเป็นเหรียญปั๊มรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่โต๊ะ จึงทำให้เหล่าบรรดานักสะสมต่างให้ความนิยมเก็บสะสมกันเป็นอย่างมาก ได้มีการจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เนื่องในโอกาสที่หลวงปู่ท่านได้เดินทางไปประเทศอินเดีย

อีกทั้งยังมีการจัดสร้างด้วยกันหลายเนื้อได้แก่ เหรียญเนื้อทองแดงประมาณจำนวน 20,000 เหรียญ, เหรียญเนื้อนวโลหะประมาณจำนวน 2,000 เหรียญ, เหรียญเนื้อเงินประมาณจำนวน 1,000 เหรียญ , เหรียญเนื้อนากประมาณจำนวน 90 เหรียญ และเหรียญเนื้อทองคำจำนวนประมาณ 250 เหรียญ และเหรียญทองคำซึ่งถือเป็นเหรียญที่ได้รับการนิยมมากที่สุด

พุทธลักษณะของเหรียญเป็นเหรียญทรงรูปไข่ที่มีหูอยู่ในตัว ด้านหน้าของเหรียญมีรูปเหมือนหลวงปู่โต๊ะอยู่บริเวณกึ่งกลางเหรียญ นั่งอยู่บนฐานอาสนะ ใต้ล่างอาสนะมีจารึกคำว่า “หลวงปู่โต๊ะ” ทางด้านซ้ายและด้านขวามีลายกนกล้อมรอบ ในส่วนของด้านหลังเหรียญ ช่วงบริเวณกึ่งกลางมีองค์เจดีย์ ในส่วนของด้านบนจากฝั่งด้านซ้ายไปยังฝั่งด้านขวามีอักษรที่จารึกคำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร” บรรทัดล่างมีอักขระขอม และในส่วนบรรทัดสุดท้ายมีอักษรที่จารึกเป็นคำว่า “พระสังวรวิมลเถร เยือนอินเดีย” ทางด้านพุทธคุณมีความโดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย

7. พระปิดตาเงินล้าน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521

พระปิดตาเงินล้าน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521 สำหรับพระปิดตารุ่นนี้ถือเป็นเหรียญอีกหนึ่งรุ่นที่ผู้คนต่างให้ความนิยม และเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าบรรดานักสะสมหลายๆท่าน ที่ปรารถนาอยากได้มาครอบครองบูชา โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขาย รวมไปถึงคนทำธุรกิจและกิจการต่าง เนื่องด้วยพุทธคุณที่มีความโดดเด่น ในเรื่องของโชคลาภเงินทอง อีกทั้งยังเป็นเลิศทางด้านเมตตามหานิยม

สำหรับพระปิดตาเงินล้าน ของหลวงปู่โต๊ะรุ่นนี้ได้มีการนำออกมาวางเพื่อให้ญาติโยมได้เช่าบูชา โดยมีทั้งพระปิดตาและรวมกับพระในพิมพ์อื่นๆ ซึ่งในส่วนของพระปิดตานั้นได้ถูกนิยมเป็นอย่างมาก และได้รับเงินในส่วนของการปล่อยให้เช่าบูชาในครั้งนั้น รวมรายได้ประมาณหลักล้านบาท ( ซึ่งเป็นครั้งแรกที่วัดมีรายได้จากการปล่อยเช่าบูชาถึงหลักล้านบาท ) นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “พระปิดตาเงินล้าน” ที่ได้มีการสร้างขึ้นช่วงปีพ.ศ. 2521

พุทธลักษณะของพระปิดตารุ่นนี้คือองค์พระมีมือที่ค่อนใหญ่ที่ใช้ปิดตา มีแขนที่ยาวเรียวเล็ก มองเห็นนิ้วมือได้อย่างชัดเจนอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ มีใบหูที่ยาว เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมออกมาด้านนอก มีติ่งหูยาวลงมาเกยถึงช่วงไหล่ ในส่วนของด้านหลังมียันต์ตรีฯ อยู่เต็มองค์ ในส่วนของด้านบนมีการจารึกอักษรคำว่า “หลวงปู่โต๊ะ” และทางด้านล่างสุดมีอักษรที่ใช้จารึกคำว่า “วัดประดู่ ฉิมพลี” มีขอบที่ปลิ้นบ้าง
จำนวนการสร้างในครั้งนั้นมีด้วยกัน 2 เนื้อ คือ พระเนื้อเกสรแบบตะกรุดเดี่ยว (จำนวนประมาณ 4,480 องค์ ) และพระเนื้อผงใบลาน มีดังนี้ 1.พระเนื้อผงใบลานตะกรุดคู่ มีจำนวนประมาณ 548 องค์ และ 2.พระเนื้อผงใบลานตะกรุดเดี่ยว มีจำนวนการสร้างประมาณ 3,091 องค์ มีองค์ขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 2.6 ซ.ม และกว้างประมาณ 2 ซ.ม สามารถห้อยได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

8. พระเนื้อผง “พิมพ์สังกัจจายน์” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2520

พระเนื้อผง “พิมพ์สังกัจจายน์ ” หลวงปู่โต๊ะ ปี 2520 สำหรับพระเนื้อผงรุ่นนี้ทางวัดได้จัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ 2520 ซึ่งทางวัดได้จัดสร้างพิมพ์นี้สำหรับเป็นพระชุดกรรมการ ชุดกล่องใหญ่มีจำนวน 4 องค์ ประกอบด้วย พระปิดตาตุ๊กตาใหญ่, พระปิดตาตุ๊กตาเล็ก,พระปิดตาเงินล้าน และ พระสังกัจจายน์ องค์นี้ จำนวนการสร้างมีค่อนข้างน้อย

สำหรับจำนวนการสร้างในครั้งนั้นมีจำนวนรวมกันทั้งหมดประมาณ 3,000 องค์ ได้แก่พระเนื้อเกสร และพระเนื้อใบลาน(พระเนื้อใบลานมีจำนวนสร้างที่มากกว่าพระเนื้อเกสร) ทั้งยังมีการร่ำลือทางด้านพุทธคุณที่ว่ากันว่า มีประสบการณ์ทางด้านเมตตามหานิยมสูงมาก รวมทั้งในด้านของการประสบความสำเร็จ

พุทธลักษณะ เป็นรูปองค์พระลอยองค์ เป็นองค์พระสังกัจจายน์ในอิริยาบทนั่งขัดสมาธิ มีใบหูยาวมาจนถึงบริเวณบ่า มือทั้งด้านซ้ายและขวาวางไว้บนพุง และในส่วนด้านหลังก็มีเส้นสังฆาฏิที่ปรากฏอยู่เด่นชัด

9. เหรียญกลม หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2512

เหรียญกลม หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2512 ซึ่งถือเป็นเหรียญที่มีความงดงามตามยุคสมัยเป็นอย่างมาก มีความคมชัด อีกทั้งยังมีพุทธคุณที่โดดเด่นแบบรอบด้าน จึงทำให้ผู้คนต่างร่ำลือและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับเหรียญรุ่นนี้ได้มีการจัดสร้างในช่วงปี พ.ศ 2512 การจัดสร้างในครั้งนั้นได้มีการจัดสร้างประมาณ 2,512 เหรียญ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างก็เพื่อมอบให้กับคณะศิษย์ มีพุทธคุณสูงซึ่งถูกกล่าวขานต่อๆกันมาว่า มีความโดดเด่นรอบด้าน

พุทธลักษณะเป็นเหรียญทรงกลมขนาดใหญ่ แต่ไม่มีหูห่วงในตัว ทางด้านหน้านั้นมีรูปเหมือนองค์หลวงปู่โต๊ะครึ่งองค์ หันหน้าตรง บริเวณด้านบนเหนือศรีษะขององค์รูปเหมือนหลวงปู่มีอักษรที่จารึกคำว่า “พระครูวิริยกิตติ (หลวงปู่โต๊ะ)” และทางด้านล่างเป็นการจารึกอักษรคำว่า “พุทธศักราช ๒๕๑๒” มีรอยเหล็กจารอักขระยันต์บนพื้นเหรียญ ทางด้านหลังมียันต์ที่มีตัวอักษรอักขระต่างๆซึ่งอ่านว่า “สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต ยัสสะสิมา วะเจธะโร เกสะโรวา อะสัมภิโต”

10. พระปิดตาตุ๊กตาใหญ่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521

พระปิดตาตุ๊กตาใหญ่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปี 2521 ที่มีพุทธคุณสูงจนเป็นที่ร่ำลือว่ามีความขลัง และโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ได้มีการจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ 2521 เป็นการจัดสร้างขึ้นโดยพระและเณรในวัดต่างช่วยกัน กดพิมพ์ในการสร้าง และปลุกเสกโดยหลวงปู่โต๊ะ และท่านได้ใช้ระยะเวลาในการปลุกเสกนานถึง 1 พรรษา จึงต่างเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมและผู้คนมากมาย
สำหรับการสร้างในครั้งนั้นมีจำนวนการสร้างจำนวนประมาณ 6,000 องค์

มีพุทธลักษณะเป็นองค์พระปิดตาแบบลอยองค์ เป็นเนื้อผงใบลานสีเทา ด้านหน้ามีลักษณะเป็นร่องตรงมือมีความลึกอย่างมองเห็นได้ชัด มีนิ้วมือที่ชัดและลำแขนค่อนข้างใหญ่ อีกทั้งยังมีตัวหนังสือที่มีความคมที่อ่านได้อย่างชัดเจน เป็นอักษรคำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี” ทางด้านล่างขององค์พระปิดตา ซึ่งมีรอยประกบขององค์พระทำให้เรามองเห็นได้จากด้านข้าง มีขนาดไม่ใหญ่มากมีความสูงประมาณ 3.4 ซ.ม มีความกว้างประมาณ 2.6 ซ.ม และมีความหนาประมาณ 1.5 ซ.ม

ในส่วนของด้านหลังมียันต์นะอยู่ที่กึ่งกลางองค์ ตรงขอบบริเวณด้านข้างซึ่งเป็นรอยประกบ ทางด้านล่างของใต้ฐานมีการบรรจุตะกรุดไว้ 1 ดอก นอกจากนี้ยังมีทั้งจำนวนที่บรรจุตระกรุดและไม่บรรจุตะกรุด

Related Post

ข้อห้ามหลังทำสีผมข้อห้ามหลังทำสีผม



หลังจากไปทำสีผม ปกติช่างทำผมบอกหรือเตือนอะไรบ้างที่ห้ามทำหลังจากทำสีผมเสร็จ จะมีการเตือนว่า อย่าสระผมหลังจากวันที่ทำสีผมเลยทันที แต่ความจริงแล้วก็ยังมีหลายอีกสิ่งที่เราไม่ควรทำหลังจากทำสีผมเพื่อไม่ให้สีผมซีดจางอย่างรวดเร็ว มาดูกันว่ามีข้อห้ามอะไรบ้าง ข้อห้ามที่ 1: แช่ผมขณะแช่อ่างอาบน้ำ หากคุณผมยาวและแช่ในอ่างอาบน้ำซึ่งมีความร้อนประมาณ 39-41 องศาเซลเซียส ความร้อนจะทำให้สีที่เพิ่งทำมาใหม่ๆ หลุดหรือซีดจางได้ อุณหภูมิที่ช่วยสีผมคงอยู่ไม่หลุดออกได้ง่ายอยู่ที่ 36 องศาหรือน้อยกว่านั้น ดังนั้นหากอาบน้ำด้วยการแช่น้ำร้อนในอ่าอาบน้ำก็แนะนำให้มัดผมไม่ให้ผมสัมผัสกับน้ำร้อน หรือถ้าอาบน้ำฝักบัวก็ไม่ควรใช้อุณหภูมิที่สูงเกินไปตามคำแนะนำ ข้อห้ามที่ 2: ตั้งอุณหภูมิฝักบัวไว้ที่ 37 องศาหรือสูงกว่า อย่างที่บอกไปใน ข้อห้ามที่ 1 ว่า สีผมที่เพิ่งทำใหม่จะซีดได้ง่ายเมื่อใช้น้ำที่อุณหภูมิ 37

พระเนื้อว่านพระเนื้อว่าน



พระเครื่องเนื้อว่าน นับแต่โบราณมาชนชาติไทยมีความรู้ และผูกพันกับพรรณไม้ตระกูลว่าน ด้วยเห็นคุณค่าทั้งในการใช้ทำยา หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพัน ทั้งให้ความเป็นสิริมงคล ดังนั้น เมื่อจะมีการสร้างสิ่งมงคลในรูปพระเครื่อง เครื่องว่านเกสรดอกไม้อันมีสรรพคุณ คุณวิเศษต่างๆเฉพาะตัว จึงเป็นหนึ่งในทัพสัมภาระที่ผู้สร้างพระให้ความสำคัญนำมาเป็นส่วนผสมประเภทหนึ่งที่ขาดไม่ได้จึงกล่าวได้ว่า “ว่าน” เป็นส่วนผสมในการสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผง มาแต่โบราณ ดังคำแปลจากจารึกในแผ่นลานทองที่พบในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เกี่ยวกับการนำว่านมาผสมสร้างพระดังนี้ “ศุภมัสดุ 1265 สิทธิการิยะ แสดงบอกไว้ให้รู้ มีฤๅษีทั้งสี่ตน พระฤๅษีพิมพิลาไลย์ เป็นประธาน เราจะทำด้วยฤทธี ทำด้วยเครื่องประดิษฐ์มีวุวรรณ เป็นต้น คือบรมกษัตริย์พระยาศรีธรรมโศกราชเป็นผู้ศรัทธาพระฤๅษีทั้งสี่ตน จึงพร้อมกันนำเอาแต่ว่านทั้งหลาย ฤๅษีจึงอัญเชิญเทพยดามาช่วยกันทำพิธี