เปิดประวัติพระอริยะแห่งชายฝั่งทะเลชล (พระครูวรเวทมุนี) หรือ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ




พระครูวรเวทมุนี หรือที่เรารู้จักกันในนาม หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ท่านเป็นบุตรชายของให้ขำ นางเอียง นามสกุล ทองขำ เกิดเมื่อขึ้น 11 ค่ำเดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวัน อาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคมปี 2408 ที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

หลวงพ่ออี๋อุปสมบทเมื่อใด

เมื่อ หลวงพ่ออี๋ อายุได้ 25 ปี ท่านได้เข้าอุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอก ในปัจจุบันนี้ ได้มีการยุบรวมเป็นวัดอ่างศิลา เพียงวัดเดียว โดยมีพระอาจารย์จั่น จันทโร เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอาจารย์ทิม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์แดง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า พุทธสโร และในช่วงที่บวชอยู่นั้น หลวงพ่ออี๋ ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

หลวงพ่ออี๋สร้างวัดเมื่อปี พ.ศ.ใด

เมื่อปี 2442 หลวงพ่ออี๋ ท่านได้ทำการสร้างวัดขึ้นมา โดยชาวบ้านละแวกนั้น เรียกกันง่ายๆว่า วัดหลวงพ่ออี๋ หรือวัดสัตหีบ หลวงพ่ออี๋ท่านมีความชำนาญ ในด้าน วิปัสสนา เป็นอย่างมาก ฝึกจิตก็มีความคล่องแคล้ว ในธรรมารมณ์ ให้เป็นไปตามที่ใจปรารถนา ท่านสามารถยกจิต ให้พ้นจากเวทนาได้อย่างเสมอ โดยไม่ถนัดที่เกิดขึ้น เช่น ความร้อน ความหนาว ความหิว ความปวด ความระบม

วัตถุมงคลหลวงพ่ออี๋

หลวงพ่ออี๋ สร้างพระเครื่อง เครื่องรางของขลังไว้มากมาย มีทั้งปลัดขิก ตะกรุด เสื้อยันต์ พระปิดตา พระเหรียญ มีพุทธคุณทางด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี โดยในช่วงปี 2483 ถึง 2486 อยู่ในช่วงสงครามอินโดจีน ผู้ที่นำวัตถุมงคลของท่านไปใช้ ในการสงคราม ล้วนแล้วแต่อยู่รอดปลอดภัยทั้งสิ้น

ฉายาคำว่า “จาดจงคงอี๋”

ชื่อเสียงในวัตถุมงคลของ หลวงพ่ออี๋ มีความดังควบคู่ไปกับ หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา ปราจีนบุรี, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม ทั้งสี่อาจารย์นี้ ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “จาดจงคงอี๋” ที่มีพุทธคุณทางด้านความเหนียว แคล้วคลาดปลอดภัย ที่สุดของวัตถุมงคล

หลวงพ่ออี๋มีอาการอาพาธเมื่อใด

หลวงพ่ออี๋ ท่านอาพาธด้วยโรคฝีที่คอ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2489 โดยที่ท่านไม่ได้มีให้ความใส่ใจ กับฝีที่คอของท่านแต่อย่างใด ท่านบอกกับคนใกล้ชิดว่า ช่างมันเถอะ เป็นกรรมเก่าของฉัน เจ้ากวางหนองไก่เตี้ย มันมาตามทวงหนี้แล้ว” เมื่อถึงเวลาวันที่ 20 กันยายนปี 2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำเดือน 10 ปีจอ หลวงพ่ออี๋ ท่านได้กล่าวกับพระ และลูกศิษย์ที่คอยพยาบาล ท่านอยู่นั้น ช่วยประคองให้ท่านนั่ง และสั่งทุกคนห้ามแตะต้องตัวของท่านเด็ดขาด

 หลวงพ่ออี๋ท่านมรณภาพปีไหน

เมื่อ หลวงพ่ออี๋ ท่านได้สั่งเช่นนั้นเสร็จแล้ว ก็ทำการนั่งสมาธิตัวตรง เพียงชั่วครู่หนึ่ง มี เหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น กระจกที่ติดอยู่กับบานประตูตู้ กระเด็นหลุดออกมา ตกกระทบพื้นแตกกระจาย , ไม้กระดานแผ่นหนึ่ง ที่ได้ตั้งพิงผนังกุฏิของหลวงพ่ออี๋ เกิดล้มลงฟาดกับพื้น เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ พ่อพระลูกวัดตั้งสติได้ จึงหันไปดูที่ร่างหลวงพ่ออี๋ พบว่า หลวงพ่ออี๋ท่านปราศจากลมหายใจ ถึงกาลมรณภาพ ขณะนั้นเป็นเวลา 21.05 น. สิริรวมอายุได้ 82 ปี

Related Post

ประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ประจวบคีรีขันธ์ประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ประจวบคีรีขันธ์



ประวัติและอภินิหาร หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ประจวบคีรีขันธ์ หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโณ วัดหนองจอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนยายหนู อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์อันดับต้น ๆ ของประเทศรูปหนึ่ง ท่านมีนามเดิมว่ายิด ศรีดอกบวบ เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2476 บิดาชื่อนายแก้ว มารดาชื่อนางพร้อย เมื่อท่านอายุ 9 ขวบ ก็ทำการบรรพชาที่วัดบ้านเกิด ระหว่างที่เป็นสามเณรได้ทำการฝึกสมาธิ พระธรรมวินัย ศึกษาอักขระเลขยันต์

ประวัติพระเครื่องประวัติพระเครื่อง



    พระเครื่องราง นิยมเรียกโดยย่อว่า พระเครื่อง หมายถึง พระพุทธรูปขนาดเล็ก สร้างไว้สำหรับบรรจุไว้ในเจดีย์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า อาจจะรวมถึงรูปสมมติขนาดเล็กของพระสงฆ์อริยบุคคล พระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นตามความนิยมของบุคคลที่มีความเชื่อในเมตตามหานิยม อิทธิ์ฤิทธิ์ ปาฏิหารย์ เช่น แคล้วคลาด, อยู่ยงคงกระพัน, นำโชค ประวัติการสร้าง พระเครื่องมีความเป็นมาและวิวัฒนาการอันยาวนาน ก่อนจะมาเป็นพระเครื่องนั้นได้เกิดพระพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนไป คติการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและเลือนหายไปในที่สุด พระพิมพ์บางส่วนกลายมาเป็นพระเครื่อง พระพิมพ์เป็นของเก่าแก่ที่ได้มีผู้ทำขึ้นตั้งแต่ตอนต้นพุทธศาสนา มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย การแผ่ขยายอิทธิพลทางพุทธศาสนาไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้พระพิมพ์ซึ่งเป็นประติมากรรมเนื่องในคติทางพุทธศาสนาได้แผ่กระจายไปยังดินแดนต่าง