Author: Norma Hughes

ห้อยพระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (มังกร – เมถุน)ห้อยพระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (มังกร – เมถุน)



พระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (มังกร – เมถุน) ราศีมังกร ตั้งแต่ 15 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ ตามพื้นดวงชะตาเป็นผู้มีเป้าหมายชีวิตสูง มีความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นคนใจซื่อรักจริง ได้รับการสนับสนุนจากผู้หลักผู้ใหญ่เป็นอย่างดี ควรห้อยพระในนามของพระมหากษัตริย์ ประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าหรือหลัง หรือเป็นพระที่พระมหากษัตริย์ทรงเสด็จประกอบพิธี เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการงาน อันได้แก่ พระ 25 พุทธศตวรรษ ราศีกุมภ์ ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม

ทางเข้า Joker

ทางเข้าเล่น Joker สามารถเข้าได้ที่นี่ทางเข้าเล่น Joker สามารถเข้าได้ที่นี่



แหล่งรวมทางเข้าJoker ทุกช่องทางสามารถเข้าได้ที่นี่    ทางเข้า Joker รวดเร็วที่สุด เข้าระบบได้ทั้งมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ทางเข้าเล่น Joker เล่นเกมสล็อตออนไลน์ได้ที่นี่ รวดเร็วทันใจ ทางเข้า Joker gaming สามารถเข้าผ่านทางเว็บไซต์ของเราได้ทันที ทางเข้า Joker slot เข้าสู่ระบบได้ที่นี่เช่นเดียวกัน ทางเข้า Joker รองรับมือถือทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกเครือข่าย ทางเข้า Joker Slot เข้าง่าย

ห้อยพระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (ราศีกรกฎ – ราศีธนู)ห้อยพระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (ราศีกรกฎ – ราศีธนู)



ห้อยพระเครื่องเสริมดวงประจำราศี (ราศีกรกฎ – ราศีธนู) ราศีกรกฎ ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม ตามราศีแล้วเป็นคนที่มีจิตใจไม่ค่อยมั่นคง มีความอ่อนไหว จะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของผู้อื่น มีความอ่อนโยน โกรธง่ายหายเร็ว ละเอียดอ่อน คำจำกัดความคงจะเป็นอ่อนนอกแต่แข็งใน ควรห้อยพระเสริมดวงเป็นประเภทเนื้อดิน เนื้อตะกั่ว พระเนื้อชิน ปางมารวิชัย ถ้าห้อยเป็นเหรียญควรเป็นเหรียญรูปไข่ เพื่อความลื่นไหลไม่มีติดขัด รองลงมาเป็นเหรียญกลม ห้ามห้อยพระทรงสี่เหลี่ยมเป็นอันขาด เพราะจะพบเจอแต่ อุปสรรคเหลี่ยมมุมต่างๆ ราศีสิงห์ ตั้งแต่

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม



พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพระพิมพ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ท่านสร้างและบรรจุ“พระสมเด็จบางขุนพรหม”ไว้ในองค์พระเจดีย์ที่วัดบางขุนพรหม เมื่อประมาณ พ.ศ.2413 วัดบางขุนพรหม เป็นวัดเก่าแก่มีมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดวรามะตาราม” แปลว่า วัดที่เจริญไม่รู้เสื่อม และเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็น “วัดใหม่อมตรส” แต่ชาวบ้านก็ยังเรียกชื่อว่า วัดบางขุนพรหมใน ส่วนวัดบางขุนพรหมนอก นั้นก็คือ วัดอินทรวิหาร ในปลายสมัยรัชกาลที่ 4 เสมียนตราด้วง ผู้เป็นต้นสกุลธนโกเศศ ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ในปีพ.ศ.2411 และได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่เจดีย์เล็กขึ้นไว้ เสมียนตราด้วงได้อาราธนา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์

ประวัติหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังประวัติหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง



พระภาวนาโกศลเถระ (เอี่ยม สุวณฺณสโร ) (หลวงปู่เฒ่า) วัดหนัง อ.บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พระปิดตาปิดทวารฯ “วัดหนัง” กรุงเทพมหานคร “วัดโคนอน” ตั้งอยู่ ต.บางหว้า อ.ภาษีเจริญ กทม. ฝั่งธนบุรี พระอารามแห่งนี้ “หลวงปู่รอด” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้เลื่องชื่อในไสยเวทของ “หลวงปู่เอี่ยม” มาครองอยู่นับแต่ถูกถอดสมณะศักดิ์ จาก “พระภาวนาโกศลเถระ” (รอด) ให้เป็นพระธรรมดา และเมื่อสิ้นชีวิตแล้ว หลวงปู่เอี่ยมซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิคนโปรดของท่าน ก็เป็นเจ้าอาวาส “วัดโคนอน”

พระสมเด็จวัดเกศไชโยพระสมเด็จวัดเกศไชโย



ประวัติพระสมเด็จวัดเกศไชโย พระสมเด็จวัดเกศไชโย นับเป็นพระที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมสะสมอย่างกว้างขวาง นับเนื่องจากว่าเป็นพระที่อยู่ในตระกูล “พระสมเด็จ” วัดไชโยวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร นับเป็นที่วัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าใครสร้าง ชาวบ้านเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดไชโย” หรือ “วัดเกศไชโย” เป็นเวลานานมาแล้ว ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา สุดเขตแดนตอนเหนือของ จ.อ่างทอง วัดเกศไชโยเริ่มปรากฏชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปก็เมื่อครั้งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ผู้เป็นอมตะเถระ ได้มาสร้างพระพุทธรูปใหญ่โตขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เรียกกันว่าหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ ก่ออิฐสอดินถือปูนขาว ไม่ได้ปิดทอง

พระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)พระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)



ประวัติการสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) การสร้างพระเครื่องไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนานั้น ได้มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวปีพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ ต่อมาท่านโบราณจารย์ผู้เชี่ยวชาญฉลาดได้ประดิษฐ์คิดสร้างพระเครื่อง ด้วยรูปแบบต่างๆนานาตามแต่จะเห็นว่างาม นอกจากนั้นแล้งยังได้บรรจุพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตลอดจนพระปริตรและหัวใจพระพุทธมนต์อีกมากมายหลายแบบด้วยกัน และการสร้างพระเครื่องนั้น นิยมสร้างให้มีจำนวนครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามจำนวนพระธรรมขันธ์อีกด้วย ดังนั้น ในชมพูทวีปและแม้แต่ประเทศไทยเราเอง ปรากฏว่ามีพระเครื่องอย่างมากมาย เพราะท่านพุทธศาสนิกชนได้สร้างสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย และในบรรดาพระเครื่องจำนวนมากด้วยกันแล้ว ท่านยกย่องให้พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ซึ่งสร้างโดยท่านเจ้าประคุณพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ



ประเภทพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ สำหรับ พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และพระรูปหล่อ ถือเป็นการสร้างพระที่มีคตินิยมมาจากการจำลองพระพุทธรูปที่สำคัญศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนพระคณาจารย์ผู้เลิศทั้งวัตรปฏิปทา ปฏิบัติดีงามจนเป็นที่ยอมรับนับถือ มาเป็นองค์พระขนาดเล็ก ไว้พกติดตัว หรือไว้ประจำบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะสร้างจากเนื้อโลหะต่างๆ ขึ้นรูปแบบลอยองค์สำหรับพระเครื่องประเภทนี้ ประวัติการสร้าง “พระกริ่ง” มีมาแต่โบราณ ประวัติพระกริ่ง เริ่มขึ้นที่ในประเทศทิเบต และจีน จึงเรียกติดปากว่า พระกริ่งทิเบต และพระกริ่งหนองแส พระกริ่งเป็น พระพุทธเจ้าปางมาช่วยโปรดสัตว์โลก หรือเรียกกันว่า “พระไภสัชคุรุ” เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช

พระเนื้อว่านพระเนื้อว่าน



พระเครื่องเนื้อว่าน นับแต่โบราณมาชนชาติไทยมีความรู้ และผูกพันกับพรรณไม้ตระกูลว่าน ด้วยเห็นคุณค่าทั้งในการใช้ทำยา หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพัน ทั้งให้ความเป็นสิริมงคล ดังนั้น เมื่อจะมีการสร้างสิ่งมงคลในรูปพระเครื่อง เครื่องว่านเกสรดอกไม้อันมีสรรพคุณ คุณวิเศษต่างๆเฉพาะตัว จึงเป็นหนึ่งในทัพสัมภาระที่ผู้สร้างพระให้ความสำคัญนำมาเป็นส่วนผสมประเภทหนึ่งที่ขาดไม่ได้จึงกล่าวได้ว่า “ว่าน” เป็นส่วนผสมในการสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผง มาแต่โบราณ ดังคำแปลจากจารึกในแผ่นลานทองที่พบในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เกี่ยวกับการนำว่านมาผสมสร้างพระดังนี้ “ศุภมัสดุ 1265 สิทธิการิยะ แสดงบอกไว้ให้รู้ มีฤๅษีทั้งสี่ตน พระฤๅษีพิมพิลาไลย์ เป็นประธาน เราจะทำด้วยฤทธี ทำด้วยเครื่องประดิษฐ์มีวุวรรณ เป็นต้น คือบรมกษัตริย์พระยาศรีธรรมโศกราชเป็นผู้ศรัทธาพระฤๅษีทั้งสี่ตน จึงพร้อมกันนำเอาแต่ว่านทั้งหลาย ฤๅษีจึงอัญเชิญเทพยดามาช่วยกันทำพิธี

พระเครื่องเนื้อผงพระเครื่องเนื้อผง



พระเนื้อผง พระเครื่องเนื้อผงพุทธคุณ ซึ่งได้รับการยอมรับและยกให้เป็นจักรพรรดิ์ของพระเครื่อง นั่นก็คือ พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ที่สร้างโดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี อมตะเถระแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งท่านได้รังสรรค์สร้างพระเครื่องประเภทพระสมเด็จชิ้นฝัก สร้างขึ้นมาจากเนื้อผงพุทธคุณ กรรมวิธีในการสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อผง สำหรับพระเครื่องเนื้อผงนั้น มวลสารหลักที่ใช้ในการจัดสร้างได้แก่ “ปูนเปลือกหอย” ซึ่งการสร้างพระเครื่องจากเนื้อผงนี้ถือเป็นศิลปแขนงหนึ่งในเชิงช่างการปั้นปูน ซึ่งปูนที่นำมาปั้นเป็นพระเครื่องเนื้อผงนั้นหลักๆ ก็มาจากเปลือกหอยและประสานเนื้อหามวลสารต่างๆ ด้วย ยางไม้, น้ำอ้อย หรือขี้ผึ้งชั้นดี สำหรับพระเครื่องเนื้อผงที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดที่สามารถหาข้อมุลได้นั้นได้แก่ พระเนื้อผง กรุทัพข้าว จ.สุโขทัย รองลงมาก็คือ