พระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)พระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)



ประวัติการสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) การสร้างพระเครื่องไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนานั้น ได้มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวปีพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ ต่อมาท่านโบราณจารย์ผู้เชี่ยวชาญฉลาดได้ประดิษฐ์คิดสร้างพระเครื่อง ด้วยรูปแบบต่างๆนานาตามแต่จะเห็นว่างาม นอกจากนั้นแล้งยังได้บรรจุพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตลอดจนพระปริตรและหัวใจพระพุทธมนต์อีกมากมายหลายแบบด้วยกัน และการสร้างพระเครื่องนั้น นิยมสร้างให้มีจำนวนครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามจำนวนพระธรรมขันธ์อีกด้วย ดังนั้น ในชมพูทวีปและแม้แต่ประเทศไทยเราเอง ปรากฏว่ามีพระเครื่องอย่างมากมาย เพราะท่านพุทธศาสนิกชนได้สร้างสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย และในบรรดาพระเครื่องจำนวนมากด้วยกันแล้ว ท่านยกย่องให้พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ซึ่งสร้างโดยท่านเจ้าประคุณพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ



ประเภทพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และ พระรูปหล่อ สำหรับ พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์และพระรูปหล่อ ถือเป็นการสร้างพระที่มีคตินิยมมาจากการจำลองพระพุทธรูปที่สำคัญศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนพระคณาจารย์ผู้เลิศทั้งวัตรปฏิปทา ปฏิบัติดีงามจนเป็นที่ยอมรับนับถือ มาเป็นองค์พระขนาดเล็ก ไว้พกติดตัว หรือไว้ประจำบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะสร้างจากเนื้อโลหะต่างๆ ขึ้นรูปแบบลอยองค์สำหรับพระเครื่องประเภทนี้ ประวัติการสร้าง “พระกริ่ง” มีมาแต่โบราณ ประวัติพระกริ่ง เริ่มขึ้นที่ในประเทศทิเบต และจีน จึงเรียกติดปากว่า พระกริ่งทิเบต และพระกริ่งหนองแส พระกริ่งเป็น พระพุทธเจ้าปางมาช่วยโปรดสัตว์โลก หรือเรียกกันว่า “พระไภสัชคุรุ” เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช

พระเนื้อว่านพระเนื้อว่าน



พระเครื่องเนื้อว่าน นับแต่โบราณมาชนชาติไทยมีความรู้ และผูกพันกับพรรณไม้ตระกูลว่าน ด้วยเห็นคุณค่าทั้งในการใช้ทำยา หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพัน ทั้งให้ความเป็นสิริมงคล ดังนั้น เมื่อจะมีการสร้างสิ่งมงคลในรูปพระเครื่อง เครื่องว่านเกสรดอกไม้อันมีสรรพคุณ คุณวิเศษต่างๆเฉพาะตัว จึงเป็นหนึ่งในทัพสัมภาระที่ผู้สร้างพระให้ความสำคัญนำมาเป็นส่วนผสมประเภทหนึ่งที่ขาดไม่ได้จึงกล่าวได้ว่า “ว่าน” เป็นส่วนผสมในการสร้างพระเนื้อดินและเนื้อผง มาแต่โบราณ ดังคำแปลจากจารึกในแผ่นลานทองที่พบในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เกี่ยวกับการนำว่านมาผสมสร้างพระดังนี้ “ศุภมัสดุ 1265 สิทธิการิยะ แสดงบอกไว้ให้รู้ มีฤๅษีทั้งสี่ตน พระฤๅษีพิมพิลาไลย์ เป็นประธาน เราจะทำด้วยฤทธี ทำด้วยเครื่องประดิษฐ์มีวุวรรณ เป็นต้น คือบรมกษัตริย์พระยาศรีธรรมโศกราชเป็นผู้ศรัทธาพระฤๅษีทั้งสี่ตน จึงพร้อมกันนำเอาแต่ว่านทั้งหลาย ฤๅษีจึงอัญเชิญเทพยดามาช่วยกันทำพิธี

พระเครื่องเนื้อผงพระเครื่องเนื้อผง



พระเนื้อผง พระเครื่องเนื้อผงพุทธคุณ ซึ่งได้รับการยอมรับและยกให้เป็นจักรพรรดิ์ของพระเครื่อง นั่นก็คือ พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ที่สร้างโดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี อมตะเถระแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งท่านได้รังสรรค์สร้างพระเครื่องประเภทพระสมเด็จชิ้นฝัก สร้างขึ้นมาจากเนื้อผงพุทธคุณ กรรมวิธีในการสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อผง สำหรับพระเครื่องเนื้อผงนั้น มวลสารหลักที่ใช้ในการจัดสร้างได้แก่ “ปูนเปลือกหอย” ซึ่งการสร้างพระเครื่องจากเนื้อผงนี้ถือเป็นศิลปแขนงหนึ่งในเชิงช่างการปั้นปูน ซึ่งปูนที่นำมาปั้นเป็นพระเครื่องเนื้อผงนั้นหลักๆ ก็มาจากเปลือกหอยและประสานเนื้อหามวลสารต่างๆ ด้วย ยางไม้, น้ำอ้อย หรือขี้ผึ้งชั้นดี สำหรับพระเครื่องเนื้อผงที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดที่สามารถหาข้อมุลได้นั้นได้แก่ พระเนื้อผง กรุทัพข้าว จ.สุโขทัย รองลงมาก็คือ

พระเครื่องเนื้อชินเงินพระเครื่องเนื้อชินเงิน



พระเนื้อชิน เป็นพระเนื้อโลหะประเภทหนึ่งที่เกิดจากการผสมผสานของแร่หลัก 2 ชนิด คือ ดีบุก กับตะกั่ว เกิดเป็นโลหะเจือชนิดใหม่ ที่เรียกว่า “เนื้อชิน” พระเนื้อชินมี 3 ประเภท คือ   1.พระเนื้อชินเงิน คือ พระที่มีส่วนผสมของดีบุกมากกว่าตะกั่ว พระที่พบจะมีสีเงินยวงจับองค์พระอย่างงดงาม พระเนื้อชินเงินนี้จะปรากฏลักษณะตามธรรมชาติในรูปของเกล็ดกระดี่ และสนิมตีนกา ตามองค์พระ เช่น พระหูยาน ลพบุรี, พระนาคปรก กรุวัดปืน ลพบุรี เป็นต้น  

เครื่องรางของขลังเครื่องรางของขลัง



“เครื่องราง” นั้น มีศัพท์แสงเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Charms’ ซึ่งโลกยุคโบราณและซีกโลกตะวันตกก็มี Charms ใช้กันแพร่หลาย ถ้ายกตัวอย่างเครื่องรางดังๆ ของโลก ท่านผู้อ่านก็คงจะรู้จักและคุ้นเคยไม่แพ้เครื่องรางบ้านเรา เช่น อียิปต์ ก็จะมี ‘แมลง Scarab Beetle’ หน้าตาเหมือนแมลงกว่างทางบ้านเรา แต่ทำจากหินสี มีปีกงดงาม นิยมห้อยคล้องคอใช้พกประจำตัว และเฝ้าสุสานของฟาโรห์ โดยมีความเชื่อว่า เป็นเครื่องรางป้องกันอันตราย และนำมาซึ่งชีวิตใหม่หรือการเกิดใหม่ เพราะแมลงประเภท Beetle จะวางไข่จำนวนมากบนมูลสัตว์ ซึ่งชาวอียิปต์เชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของชีวิตใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีวัตถุประเภท “หินสี”

เบญจภาคีพระเหรียญเบญจภาคีพระเหรียญ



เบญจภาคีพระเหรียญเป็นเบญจมหามงคลเหรียญพระเกจิที่เรียกได้ว่าเป็น “เบญจมหามงคลเหรียญพระเกจิ” สุดยอดของความนิยมในวงการพระเครื่องและเหรียญเกจิคณาจารย์กันบ้าง“ ประกอบไปด้วย 1.เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร 2.เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม 3.เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า 4.เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม 5.เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม     1.เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร กรุงเทพฯ หลวงปู่เอี่ยมท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย และเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนโดยทั่วไป เหรียญรูปท่านอนุญาตให้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2467 ที่เรียกกันว่า “เหรียญยันต์สี่” ปัจจุบันหายากมากครับ   2.เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อกลั่นท่านถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของพระนครศรีอยุธยาในสมัยนั้น เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างในปี

พระเบญจภาคีพระเครื่องพระเบญจภาคีพระเครื่อง



สุดยอดพระเครื่องที่ได้รับยกย่องจากเซียนพระว่าหายากและมีมูลค่าสูงยิ่ง ก็คือ “พระเบญจภาคี” หรือพระเครื่อง 5 องค์ อันได้แก่ “พระสมเด็จวัดระฆัง” “พระรอด” “พระนางพญา” “พระผงสุพรรณ” และ “พระซุ้มกอ” ซึ่งนับว่าเป็นพระเครื่องเก่าแก่ และเชื่อกันว่ามีพุทธคุณสูง จะปกป้องคุ้มภัยแก่ผู้ครอบครองให้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งหลาย รวมไปถึงด้านเมตตามหานิยมอีกด้วย ในวันนี้ที่จะกล่าวถึงพระเบญจภาคี ไม่ได้จะพูดถึงวิธีดูพระจริงหรือปลอม ไม่พูดถึงค่าเช่าบูชาว่าแพงระยับแค่ไหน แต่จะพาไปตามรอยพระเบญจภาคีว่ามีต้นกำเนิดที่ใด และพาไปชมวัดต่างๆ ที่มีความเกี่ยวพันกับพระเครื่องแต่ละองค์ “พระสมเด็จวัดระฆัง” ถือได้ว่าเป็น “ราชาแห่งพระเครื่อง” และเป็นองค์ประธานแห่งพระเบญจภาคี พระสมเด็จวัดระฆังสร้างโดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมฺรังสี หรือ “หลวงพ่อโต” ซึ่งเป็นพระเกจิที่มีผู้คนเคารพนับถือมาจนปัจจุบัน และท่านยังเคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสแห่งวัดระฆังโฆสิตาราม วัดสำคัญในฝั่งธนบุรี กล่าวกันว่า เมื่อหลวงพ่อโตขึ้นไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดกำแพงเพชร เมืองซึ่งมีพระเครื่องอันมีพุทธศิลป์งดงาม ท่านสามารถอ่านศิลาจารึกที่ว่าด้วยกรรมวิธีการสร้างพระเครื่องด้วยเนื้อผงขาว

ประวัติพระเหรียญประวัติพระเหรียญ



พระเหรียญ เริ่มมีครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นการจำลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูป พระคณาจารย์ตลอดจนผู้ที่ควรเคารพ นำมาแกะลวดลายทำแม่พิมพ์ เพื่อการปั๊ม หรือ หล่อลงในแผ่นโลหะให้ปรากฎรูปที่ต้องการ พระเหรียญ เหรียญแรกเป็นเหรียญพระพุทธที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการสมโภชองค์ “พระพุทธชินสีห์”ประวัติการจัดสร้างเหรียญพระพุทธชินสีห์นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกและพระราชทานในงานสมโภชพระพุทธชินสีห์ ในวโรกาสที่เสด็จกลับจากยุโรป เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ เป็นเหรียญพระพุทธที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ นอกจากเหรียญพระพุทธแล้วยังมีเหรีญพระสงฆ์อีกด้วย เหรียญพระสงฆ์เหรียญแรกนั้น เป็น เหรียญพระพุทธวิริยากร ( จิตร ฉฺนโน ) ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่

10 อันดับพระเครื่อง ราคาหลักล้าน10 อันดับพระเครื่อง ราคาหลักล้าน



10 อันดับพระเครื่อง ที่หายากและมีราคาแพงหลักล้าน พระเครื่อง ราคาแพงที่สุดในประเทศไทย ภาพพระเครื่ององค์ดังๆ และองค์สวยๆ เช่น พระร่วงหลังรางปืน หูยาน ลพบุรี พระรอด กรุวัดมหาวัน พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม รูปหล่อหลวงพ่อเดิม รูปหล่อหลวงพ่อเงิน  พระเหรียญที่แพงที่สุด ปัจจุบันน่าจะเป็นเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ แต่เนื่องจากมี เหรียญหลวงปู่ไข่ ซึ่งหายากและคาดว่าสร้างแค่ประมาณ70เหรียญ จึงทำให้เป็นเหรียญพระสงฆ์ที่แพงที่สุด พระร่วงหลังรางปืน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุศรีสัชนาลัย 1.)พระร่วงหลังรางปืน จักรพรรดิ์แห่งพระเครื่องเนื้อชิน การขุดพบครั้งแรกเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุศรีสัชนาลัย